ือกเย็นมาจากผู้เป็นพ่อมาไม่มีผิดเพี้ยน
เสวี่ยเอ๋อร์รีบคว้าชายเสื้อแม่ไว้แน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพลางก้มหน้างุดไม่กล้าปริปากอีก แขกเหรื่อรอบข้างเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งปักใจเชื่อในข่าวลือที่เคยได้ยินมา
กระแสซุบซิบเรื่องเด็กน้อยที่ตระกูลซูรับกลับมามีนิสัยเลวร้าย ร้ายกาจถึงขั้นทำให้แม่เลี้ยงแท้งลูก และสั่งล้มละลายตระกูลหลิน เริ่มแพร่สะพัดรุนแรงขึ้น ทุกคนต่างพากันส่ายหัวด้วยความระอา
“คุณชายน้อยซู ไม่เห็นต้องทำตัวข่มขู่เสวี่ยเอ๋อร์แบบนั้นเลย เด็กคนนั้นก็แค่พูดความจริง!”
“เฮ้อ… คุณหนูซู่เป่าคนนี้ถูกตามใจจนเสียคนไปแล้วจริงๆ แม้จะน่าสงสารที่กำพร้าแม่ แต่ก็ไม่ควรทำนิสัยอันธพาลแบบนี้”
เมื่อหานหานได้ยินว่าทุกคนล้วนเอนเอียงมาเข้าข้างตนเอง เด็กหญิงก็ยิ่งแผดเสียงร้องไห้จ้าให้ดูน่าสงสารหนักกว่าเดิม เพื่อเรียกร้องความสนใจ
ในขณะที่ผู้คนรอบข้างต่างพากันรุมชี้หน้าตัดสินความผิดมาไว้ซู่เป่าเพียงคนเดียว
เด็กน้อยกำหมัดแน่นจนสั่นเทา เธอพยายามเค้นสมองคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก…
ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน และเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
แต่ทำไมในสายตาของผู้ใหญ่ทุกคนถึงตราหน้าว่าเป็นความผิดของเธอเสมอ?
หรือว่า…มาตรฐานความถูกต้องในโลกของผู้ใหญ่กับโลกของเด็กนั้น มันจะแตกต่างกันจนไม่อาจเข้าใจได้จริง ๆ?
“หนูไม่ผิด! พี่เขาต่างหากที่โกหก! กระโปรงตัวนี้คุณลุงใหญ่ซื้อให้หนู และเมื่อกี้พี่หานหานก็เป็นคนตีก่อน” ซู่เป่าพ