ให้ฉันดูหน้าชัด ๆ หน่อยซิ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ทุกสายตาหันไปมองเสวี่ยเอ๋อร์ที่พยายามหดตัวให้เล็กสุด แม่ของเธอรีบยิ้มประจบประแจง
“อย่าโกรธเลยค่ะท่าน บางทีลูกสาวดิฉันอาจจะมองพลาดไปก็ได้ เด็ก ๆ ทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา…”
เหวยหว่านเริ่มรู้สึกไม่มั่นคง เธอสัมผัสได้ว่าคุณปู่ซูกำลังตำหนิหานหานอ้อม ๆ ว่าสร้างเรื่องวุ่นวาย เธอจึงแสร้งสะอื้นพลางเอ่ยเสียงเบา
“หานหาน ไปเถอะลูก พวกเราไม่ควรมาอยู่ที่นี่ให้ขวางหูขวางตาใครตั้งแต่แรกแล้ว”
สายตาเห็นใจจากคนรอบข้างถูกส่งมายังเหวยหว่านและหานหานทันที ในขณะสายตากลับมองซู่เป่ายิ่งดูรังเกียจและพิลึกพิลั่นมากขึ้น ซู่เป่าเม้มปากแน่น เธอคุ้นชินกับความอยุติธรรมเช่นนี้มาตั้งแต่ตอนอยู่บ้านตระกูลหลิน ทุกครั้งที่เธอพยายามอธิบาย เธอมักจะได้รับฝ่ามือจากพ่อเป็นการตอบแทน จนเธอเลือกปิดปากเงียบมาโดยตลอด
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน… เธอไม่อยากให้คุณลุงใหญ่และคุณตาต้องผิดหวังในตัวเธอ
เด็กน้อยรวบรวมความกล้า เอ่ยลำดับเหตุการณ์ชัดถ้อยชัดคำ
“เมื่อกี้หนูกำลังตัดเค้ก แล้วพี่หานหานก็วิ่งเข้ามา…แล้วดึงกระโปรงหนู พี่เขาก็เป็นคนตีหนูก่อน ซู่เป่าโกรธ… ก็เลยผลักพี่เขาล้มลงค่ะ”
แม้คำพูดดูใสซื่อและติดขัดไปบ้าง แต่ซูอีเฉินและคุณตาของเธอกลับเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร
เหวยหว่านยังคงไม่ยอมแพ้ เธอยืนกรานเสียงแข็ง
“เธอจะบอกว่าหานหานตีเธอก่อนงั้นหรือ? หานหานอาจเอาแต่ใจ