ไปบ้าง แต่เธอไม่เคยใช้กำลังกับใคร!”
“หานหานจะตีคนหรือไม่ เธอคนเป็นแม่ไม่รู้จริง ๆ หรือ? ” คุณชายเฒ่าซูเริ่มหมดความอดทน
เหวยหว่านลุกพรวดขึ้นพลางโพล่งออกมาด้วยความเหลืออด “พ่อคะ! ฉันรู้แค่ว่าตั้งแต่ซู่เป่าก้าวเข้ามา ทุกคนก็รุมรังแกหานหาน! ลูกสาวฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน พวกคุณบีบคั้นเด็กคนหนึ่งจนกลายเป็นแบบนี้ แล้วจะมาโทษว่าหานหานผิดฝ่ายเดียวได้ยังไง!”
แขกในงานพากันฮือฮา คำพูดของเหวยหว่านยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ ‘ตัวกาลกิณี’ ให้กับซู่เป่าในสายตาคนนอก
ซูจื่อหลินที่นิ่งเงียบมานานจนใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาไม่ถนัดการปะทะฝีปาก จึงได้แต่เค้นเสียงสั่ง
“หุบปาก! แล้วมากับฉันเดี๋ยวนี้!” เขากระชากข้อมือเหวยหว่าน แต่เธอกลับสะบัดออกอย่างรุนแรง
“ฉันไม่ไป!”
หานหานเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันก็ยิ่งกรีดร้องไห้เสียงแหลมจนแทบทะลุแก้วหู ซูอีเฉินทนดูละครฉากนี้ไม่ไหวอีกต่อไป เขาหันไปสั่งพ่อบ้านเสียงเรียบ
“คุณลุงเนี่ย ไปเอากล้องวงจรปิดในสวนมา”
เหวยหว่านชะงักกึก ร่างกายเริ่มสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก…
นี่เขาถึงขั้นจะเปิดกล้องวงจรปิดประจานเด็กเลยหรือ?
เธอกล้ำกลืนหยาดน้ำตาแล้วแสร้งตัดพ้อ
“ไม่ต้องสืบสวนให้วุ่นวายหรอกค่ะ! ฉันจะพาหานหานไปให้พ้นหน้าพวกคุณเอง!” เธออุ้มลูกสาวขึ้นมาและกอดกันร้องไห้ประหนึ่งเหยื่อที่ถูกรังแกอย่างน่าเวทนา
บรรดาคุณนายไฮโซรอบข้างรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย “ใจเย็น ๆ เถอะค่ะ เด็กตีกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้