ของซู่เป่าก็พลันเปล่งแสงสีแดงอ่อนจางออกมาอย่างลึกลับจนแทบสังเกตไม่เห็น
ทันใดนั้นซู่เป่าก็สะบัดฝ่ามือตบเข้าใส่หานหานเต็มแรงจนร่างของอีกฝ่ายปลิวหวือกระเด็นออกไปทันที!
หานหานล้มลงกองกับพื้น รู้สึกเหมือนใบหน้าไหม้พองด้วยความแสบร้อน เธอแผดเสียงร้องไห้จ้า
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา เด็ก ๆ รอบข้างต่างยืนนิ่งเป็นหินด้วยความตะลึงพรึงเพริด…
แม้แต่ซูเหอเหวินยังงงงวยไปชั่วขณะ กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนเห็นหานหานกระเด็นออกไปแล้ว
แม้เขาไม่ชอบน้องสาว แต่หน้าที่ดูแลที่พ่อมอบหมายมานั้นสำคัญ ซูเหอเหวินจึงรีบเข้าไปพยุงซู่เป่าทันที
“เป็นอะไรไหม?!” พี่ชายถาม
ซู่เป่าตาแดงก่ำ เธอส่ายหน้าช้า ๆ เม้มปากแน่นเป็นเส้นตรงโดยไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมา
ผิดกับหานหานที่กรีดร้องลั่นจนเสียงแหลมทะลุโสตประสาท บรรดาผู้ใหญ่ที่อยู่ละแวกนั้นต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ
ในวงสังคมชั้นสูง ทุกคนต่างพร่ำสอนลูกหลานให้เป็นสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ใครจะไปคาดคิดว่าคุณหนูแห่งตระกูลที่มั่งคั่งที่สุด มาวางมวยกันกลางงานเลี้ยงแบบนี้!
เหวยหว่านวิ่งเข้ามาเป็นคนแรก เธอเห็นรอยฝ่ามือชัดเจนบนใบหน้าของหานหานก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความโกรธ
“ทำไมเธอถึงทำรุนแรงกับพี่สาวแบบนี้!”
“พี่สาวเป็นคนตีหนูก่อนค่ะ…” ซู่เป่าขยำชายกระโปรงที่เปื้อนเค้กไว้แน่นพลางตอบเสียงสั่น
“พูดจาเหลวไหล!” เหวยหว่านตวาดลั่น “พี่เขาจะไปตีเธอก่อนได้ยังไง!”
ซูเหอเหวิ