รอเวลาปรับตัว
คุณตาซูยืนมองภาพเด็กน้อย แม้พยายามซ่อนความเสียใจไว้ภายใต้การปลอบประโลมนกแก้ว ด้วยเสียงแผ่วเบา มองดูก็รู้สึกร้าวรานใจ เขาสัมผัสได้ว่าดวงใจดวงน้อยนี้คงจะบอบช้ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่น้อย
“ซู่เป่า… พี่สาวเขามีนิสัยที่ถูกตามใจจนเสียคนแบบนี้แหละ หลานอย่าได้เก็บเอามาเป็นอารมณ์เสียใจเลยนะ…”
ทว่าซู่เป่ากลับค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบาง ๆ ให้คุณตา
“ไม่เป็นไรค่ะคุณตา”
เมื่อเห็นแววตาห่วงใยที่ทอดมองมา เธอจึงเอ่ยปลอบใจผู้เป็นตาด้วยความคิดที่โตเกินตัว
“หนูไม่เสียใจจริง ๆ ค่ะ เพราะซู่เป่าเองก็เข้าใจดี ว่าบางครั้งเราก็ไม่ชอบที่จะแบ่งปันของรักของหวงให้คนอื่นเหมือนกัน”
ในใจของเด็กน้อยไม่เคยเข้าใจว่าเหตุใดโลกของผู้ใหญ่จึงมักบีบคั้นให้เด็กต้องแสดงความเอื้อเฟื้ออยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่ผู้ใหญ่มองว่ามันคือมารยาทอันงดงาม แต่สำหรับเด็กแล้ว ของที่รักก็คือดวงใจ ทำไมต้องจำยอมมอบสิ่งสำคัญให้คนอื่น เพียงเพื่อให้คนรอบข้างยกย่องว่าเป็นเด็กดีด้วย?
คุณตาซูถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ เขาตระหนักได้ว่าซู่เป่านั้นมองโลกได้ลึกซึ้งและเฉียบคมจนเขาเองยังคาดไม่ถึง ความเป็นผู้ใหญ่เกินวัยนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกสงสารหลานสาวจับใจ
“ซู่เป่า… ภาพวาดสวย ๆ แบบนี้ หลานเป็นคนวาดขึ้นมาเองทั้งหมดเลยเหรอ?” คุณตาบรรจงลูบศีรษะเธอด้วยความรักท่วมท้น
เมื่อหัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาเป็นเรื่องศิลปะ ประกายไฟในดวงตากลมโตก็กลับมาสุกใสอีกครั้ง
“ใช่ค