แม่ไม่มีวันทิ้งหนูไป
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ความทรงจำครั้งที่ซูจิ่นอวี้ใกล้สิ้นใจผุดขึ้นมา เธอมองเห็นเขาและขอร้องให้เขาช่วยคุ้มครองซู่เป่า รวมถึงตระกูลซูต่อจากเธอ ตอนนั้นซู่เป่าเพิ่งอายุสองขวบ แม้จะมองไม่เห็นเขา แต่เธอก็เคยคำนับเขาเป็นครูของเธอ!
เขาพยายามปลอบ “แม่ของเธอชื่อซูจิ่นอวี้ ส่วนเธอชื่อซู่เป่า เห็นไหมล่ะว่าฉันรู้ทุกเรื่อง”
ซู่เป่าสวนกลับทันควัน “เรื่องนั้นใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้นแหละ”
“……”
คำยอกย้อนเต็มไปด้วยตรรกะอันเฉียบคมของเด็กสามขวบครึ่งทำเอาเจี้ยฉางถึงกับอึ้ง วิญญาณหนุ่มผู้ผ่านร้อนหนาวมานับหลายปีเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เขาจ้องมองเด็กน้อยตรงเบื้องหน้าพลางรู้สึกเหมือนถูกตบกลางอากาศจนใบหน้าชาไปแถบหนึ่ง…
นี่เขาถูกเด็กที่ยังพูดไม่ชัดย้อนจนเถียงไม่ออกอย่างนั้นหรือ?
นี่คือเด็กน้อยที่แม้แต่พวกค้ามนุษย์ยังต้องขยาด ช่างยากนักถึงหลอกล่อเธอได้
หากไม่ใช่เพราะซู่เป่ายังเล็กจนไร้เรี่ยวแรงต่อกรกับผู้ใหญ่ และโหยหาที่พักพิงอันอบอุ่น มีหรือคนตระกูลหลินจะรังแกได้ถึงเพียงนี้!
เขายกยิ้มมุมปาก “เด็กน้อย อย่าคิดมากไปเลย เมื่อเธอหายดีแล้วเพียงจุดธูปสามดอกเซ่นไหว้ด้วยหมูหนึ่งชิ้น พิธีรับศิษย์ของเราก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น… ฉันชื่อ จี้ฉาง ตอนมีชีวิตอยู่ฉันคือบุคคลสำคัญเชียวนะ”
ซู่เป่าหันมองความว่างเปล่าข้างกายด้วยความฉงน “ไส้ไก่? ทำไมถึงชื่อไส้ไก่ล่ะคะ?”
จี้ฉางถึงกับสำลัก ความภูมิใจในนามอันส