ูงส่งพังทลายลงในพริบตา เพราะชื่อ ‘จี้ฉาง’ ของเขานั้น เมื่อออกจากปากเด็กน้อยกลับเพี้ยนเสียงไปพ้องกับคำว่า ‘ไส้ไก่’ อย่างน่าขัดใจ
วิญญาณหนุ่มผู้เกรงขามแทบอยากกุมขมับกับความไร้เดียงสา ชื่ออันทรงเกียรติของเขากลายเป็นเมนูอาหารในตลาดไปเสียอย่างนั้น
จี้ฉางไม่อยากคาดเดาความคิดในหัวเด็กน้อยจึงร่ายต่อ “เธอไม่รู้จักฉันก็ไม่แปลก เพราะฉันไม่ใช่คนยุคเดียวกับพวกเธอ ฉันเก่งกาจมาก สามารถสอนวิชาให้เธอจนไม่มีใครกล้ารังแกได้อีก…”
ซู่เป่าถามแทรกขึ้นมา “คนสำคัญก็ตายได้ด้วยเหรอคะ?”
“……”
“เก่งขนาดนี้ แล้วทำไมถึงตายล่ะ?”
คำถามซื่อ ๆ ทำเอาวิญญาณหนุ่มไปไม่เป็น ซู่เป่าหลุบตาลงพลางถามคำถามสุดท้ายที่บีบคั้นหัวใจ
“ถ้าคุณเป็นอาจารย์จริง ๆ… แล้วที่ผ่านมาทำไมคุณไม่มาดูแลหนูเลยล่ะ?”
หลังแม่จากไป ไม่ว่าจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดหรือเจ็บปวดเพียงใดก็ไร้คนเหลียวแล ตลอดปีที่ผ่านมาเธอต้องหัดสังเกตสีหน้าพ่อเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ก็ยังไม่เคยได้รับความรักจากปู่ย่า มิหนำซ้ำยังถูกป้าลอบทำร้ายอยู่ร่ำไป…
ไม่มีใครช่วยเลยสักคน
จี้ฉางนิ่งงันด้วยความรู้สึกผิดลึก ๆ เขาไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม เพียงพูดเสียงเรียบว่า
“เด็กดี ต่อไปนี้อาจารย์จะปกป้องเธอเอง”
ซู่เป่านิ่งเงียบพลางเบือนหน้าหนี จี้ฉางลูบศีรษะเด็กน้อยแผ่วเบา “พักผ่อนเถอะ อาจารย์มีธุระที่ยมโลกต้องไปจัดการ สิ่งนี้ถือเป็นของขวัญแรกพบจากฉัน”
เด็กน้อยรู้สึกถึงไออุ่นจาง ๆ บนข้อมือ ปรากฏเ