ชือกแดงเส้นหนึ่งสวมอยู่บนมือน้อยนั้น
เวลาผ่านไปสิบวัน อาการบาดเจ็บของซู่เป่าดีขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ จนหมอเจ้าของไข้ยังอุทานด้วยความทึ่ง ซูอี้เชินผลักประตูเข้ามาเห็นหลานสาวนั่งมองเชือกแดงบนข้อมือเงียบ ๆ เงาร่างเล็กนั้นดูอ้างว้างจนน่าสงสาร
“ซู่เป่า…เป็นอะไรไป?” เขาเดินเข้าไปลูบหัวหลานสาว พลางสะดุดตากับเชือกแดง “นี่คืออะไรเหรอ?” ลุงเล็กจำได้แม่นว่าตอนเข้าห้องฉุกเฉินไม่มีสิ่งนี้อยู่
ซู่เป่าเงยหน้าถาม “คุณลุงคะ… กระต่ายน้อยของหนูอยู่ไหน”
ซูอี้เชินอึ้งไป ทั้งยังจำได้ว่าตอนช่วยชีวิตซู่เป่าท่ามกลางหิมะ มีตุ๊กตากระต่ายเก่า ๆ ตัวหนึ่งตกอยู่ แต่ด้วยความเร่งรีบเขาจึงโยนมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
“มัน… หายไปแล้วล่ะ เดี๋ยวลุงซื้อตัวใหม่ให้หนูนะ ตัวใหญ่กว่าเดิมสวยกว่าเดิมเลยดีไหม?”
น้ำตาใส ๆ เริ่มคลอหน่วยตาหลานน้อย เธอพยายามกลั้นมันไว้พลางสะอื้นเบา ๆ “นั่นเป็นของที่แม่ให้ซู่เป่า…”
ของทุกอย่างของแม่ถูกพ่อโยนทิ้งไปหมดแล้ว มีเพียงกระต่ายตัวนี้ เป็นสิ่งสุดท้ายที่แม่เหลือไว้ให้…
แต่ตอนนี้ทั้งแม่ ทั้งอาจารย์ และกระต่ายน้อย ต่างก็หายไปหมดแล้ว
ซูอีเฉินเดินเข้ามาเห็นบรรยากาศตึงเครียดจึงถามเสียงเย็น “เกิดอะไรขึ้น?”
ซูอี้เชินรีบแก้ตัว “พี่ใหญ่ ไม่ใช่ผมนะ! คือ… ตุ๊กตากระต่ายของซู่เป่าตกอยู่บ้านตระกูลหลินน่ะ”
เขาไม่กล้าบอกว่ามันหายไปจริง ๆ จึงอ้างชื่อบ้านตระกูลหลินขึ้นมาเพื่อปลอบใจเด็กน้อย
ซูอีเฉินขยับเ