คำมั่นเป็นคนต่อไป
“ใช่แล้ว…กลับบ้านเรากันนะ ต่อไปนี้จะไม่มีใครรังแกหลานได้อีก ใครก็ตามที่บังอาจทำร้าย ตาคนนี้ไม่มีวันปล่อยมันไว้แน่!”
ซู่เป่ากวาดดวงตาคู่หม่นมองไปรอบกายด้วยความสับสน
กลับบ้านอย่างนั้นหรือ?
เด็กน้อยยังคงหวาดระแวงในใจ…
หากยอมให้พวกเขาพา ‘กลับบ้าน’ ไปแล้ว สุดท้ายเธอถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกครั้งไหม
“จะตีหนูไหมคะ… จะให้หนูอดข้าวหรือเปล่า?”
เมื่อเห็นซู่เป่านิ่งเงียบไปพร้อมคำถามบาดลึกถึงใจ คนในตระกูลซูต่างทำตัวไม่ถูก ด้วยความที่ไร้ประสบการณ์ในการปลอบโยนเด็ก สายตาทุกคู่จึงพุ่งตรงไปยังซูอีเฉินและซูจื่อหลินเพื่อขอความช่วยเหลือ
พี่ใหญ่ซูอีเฉินในวัยสี่สิบปี มีบุตรมาแล้วสองคน รวมถึงพี่รองซูจื่อหลินวัยสามสิบแปดปี ที่มีโซ่ทองคล้องใจสองคนเช่นกัน แต่พวกเขานั้น กลับไม่เคยต้องมานั่งปลอบเด็กสุดแสนบอบช้ำขนาดนี้
ซูอีเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนฝืนถามออกมา
“ซู่เป่า…หนูกังวลเรื่องอะไรอยู่?” น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ และดุดันตามบุคลิกเดิม
สิ้นประโยคนั้นเขาจึงถูกเหล่าน้องชายจ้องเขม็งเป็นตาเดียว
ซูจื่อหลินพยายามช่วยพูดแต่กลับทำได้เพียงกระแอม ด้วยนิสัยเป็นคนเก็บตัว และพูดน้อยเป็นทุนเดิม พยายามเค้นพูดออกมานับนาที ก็ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดจากปาก ทำเอาเจ้าตัวร้อนรนจนแทบยืนไม่ติดพื้น
สุดท้ายกลายเป็นลุงเล็กแห่งตระกูลซูถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ โน้มตัวลงไปชิดขอบเตียงผู้ป่วยพลางลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยควา