เสี่ยวซู่เป่าไป โดยมีชายชุดดำคนหนึ่งถอดเสื้อโค้ตห่อหุ้มร่างเด็กน้อยไว้พร้อมประกาศตัวว่าเป็นพี่ชายของแม่เธอ…
เหมือนสายฟ้าฟาดลงตรงหน้า เสี้ยววินาทีนั้นเขาพลันตระหนักถึงความจริงบางอย่าง ตระกูลซูมีบุตรชายแปดคนและบุตรสาวเพียงคนเดียวซึ่งร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เยาว์วัยจนไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชน
นั่นหมายความว่า หญิงพเนจรที่เขาเก็บมาเมื่อสี่ปีก่อน แท้จริงแล้วคือบุตรสาวเพียงคนเดียว ผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่ตระกูลซูเฝ้าทะนุถนอมที่สุดอย่างนั้นหรือ!
เมื่อความจริงกระจ่าง สมาชิกตระกูลหลินต่างจมดิ่งสู่ความเสียใจจนแทบกระอักเลือด ยายเฒ่าหลินปากสั่นด้วยความตระหนก
“นึกไม่ถึงว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลซู…เร็วเข้า! พวกเราต้องไปรับตัวแกกลับมา!”
หากรู้ฐานะที่แท้จริงแต่แรก มีหรือพวกเขากล้าสั่งให้ซู่เป่าคุกเข่ากลางพายุหิมะ ย่อมต้องเทิดทูนบูชาประดุจบรรพบุรุษด้วยซ้ำ!
หลินเฟิงเองก็โศกเศร้าถึงขีดสุด พลันนึกถึงยามที่ตนลงไม้ลงมือกับบุตรสาว เขาก็เริ่มกระสับกระส่าย จึงตวาดออกไปอย่างหงุดหงิด “ไปรับได้ไง! ตอนนี้มันใช่เรื่องที่ใครอยากจะรับกลับก็ทำได้ตามใจชอบหรือ?”
ผู้อาวุโสหลินขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถึงยังไงพวกเราก็เป็นปู่ย่าแท้ ๆ ของซู่เป่า ต่อให้ตระกูลซูจะโกรธเกรี้ยวเพียงใด ความสัมพันธ์ทางสายเลือดก็เป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนย้ำเตือน “อีกอย่าง…