เรื่องที่เด็กคนนั้นทำให้ชิ่นซินต้องแท้งลูก ก็เป็นความจริงที่พวกเรามีสิทธิ์ตำหนิไม่ใช่หรือ?”
พวกเขาเพียงแต่ต้องการสั่งสอนให้เด็กคนนั้นรู้จักจำ จะได้ไม่กลายเป็นคนเอาแต่ใจ และจองหองในภายภาคหน้า!
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ก็แค่หลินเฟิงบันดาลโทสะจนพลั้งมือรุนแรงไปเพียงนิดเท่านั้นเอง…
ตระกูลหลินต่างปลอบใจกันว่าเรื่องทั้งหมดสามารถชี้แจงให้เข้าใจได้ ขอเพียงอธิบายให้กระจ่างแจ้ง
หลังจากนั้นความมั่งคั่งมหาศาลย่อมรอพวกเขาอยู่ไม่ไกล…
…
โรงพยาบาลหนานเฉิง
หลังจากรับตัวหลานน้อยมาได้ ครอบครัวซูตัดสินใจมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดแทนการเดินทางกลับเมืองหลวง หอผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลชั้นนำในเมืองหนานเฉิงซึ่งเคยเงียบสงบ กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แต่อึดอัด ไร้เสียงเซ็งแซ่
มีเพียงจังหวะ ‘ติ๊ด… ติ๊ด…’ จากจอมอนิเตอร์ และฝีเท้าเร่งร้อนของเหล่าบุคลากรที่ก้าวสวนกันไปมา
ตอกย้ำให้สถานการณ์ดูวิกฤตถึงขีดสุด คุณปู่ซูกำไม้เท้าในมือแน่นพลางเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินโดยไม่อาจสงบใจได้
“ทำไม… ทำไมถึงยังไม่ออกมาอีก!”
ซูอีเฉินเหลือบมองนาฬิกาข้อมือพลางเอ่ยข่มเสียงทุ้ม “คุณพ่อ นั่งพักก่อนเถอะครับ”
ทันทีที่ถึงโรงพยาบาล ร่างเล็กของหลานสาวก็ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินโดยมี ซูอี้เชิน ตามเข้าไปสมทบด้วยตนเอง ทว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไร้ซึ่งวี่แววของทั้งคู่
ภายในห้องฉุกเฉิน
ลุงเล็กตระกูลซูจ้องมองรอยฟกช้ำดำเขียวกระจายอยู่ทั่วร่า