งเล็ก และตกอยู่ในสภาวะหนาวจัดจนถึงขั้นวิกฤติ มือหนาที่เคยหยิบจับเครื่องมือแพทย์อย่างแม่นยำกลับสั่นระริกจนควบคุมไม่ได้
สิ่งน่ากังวลที่สุดคือสภาพกระดูก ซึ่งผลการตรวจทำเอาเขาแทบใจสลาย
ร่างกายของซู่เป่าบอบช้ำรุนแรง ทั้งแขน ขา แม้กระทั่งกระดูกซี่โครงก็หักร้าวหลายจุด มิหนำซ้ำทั่วทั้งร่างยังมีบาดแผลจากหิมะกัดจนสาหัส บางจุดเนื้อเยื่อเสียหายรุนแรงอาจถึงขั้นต้องตัดทิ้ง
เด็กน้อยอายุเพียงสามสี่ขวบ แต่ต้องแบกรับความทุกข์ทรมานที่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังยากจะทนทาน…
ซูอี้เชินจ้องมองร่างเล็กด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาโน้มตัวลงใกล้ชิดพลางเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบา
“ซู่เป่า ลุงเองนะ ได้ยินลุงพูดไหม?”
“ถ้าหนูได้ยินละก็… ซู่เป่าน้อยต้องสู้นะ ต้องผ่านมันไปให้ได้…”
ทว่าเด็กน้อยยังคงหลับตาแน่น น่าประหลาดนัก ที่เธอกลับรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายเหลือเกิน ความอุ่นแผ่กระจายไปทั่วร่างอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ท่ามกลางความสงัดเงียบรอบกาย กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูไม่หยุดหย่อน…
“ซู่เป่า…เจ้ากระต่ายน้อย”
“เห็นไหม? ได้ยินเสียงหรือเปล่า?”
นั่นใครกัน?
ซู่เป่าพยายามสุดกำลังเพื่อลืมตาขึ้น แต่เปลือกตาอันหนักอึ้งกลับไม่ยอมขยับตามใจนึก ความร้อนรนเข้าเกาะกินหัวใจจนอยากจะขานตอบกลับไปว่าเธอได้ยินแล้ว แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดผ่านลำคอออกมาได้เลย
…
การผ่าตัดกินเวลายาวนานถึงสามชั่วโมงเต็ม ในที่สุดซู่เป่าก็พ้นขีดอันตราย ทีมแพทย์ต่างลงความเห็นว่านี่คือป