่นอวี้ซึ่งล้มป่วยหนักจนสูญเสียความทรงจำ พลัดหลงมาถึงเมืองหนานเฉิงโดยไร้ร่องรอย แล้วถูกหลินเฟิงเก็บไปดูแล ในเวลาต่อมา เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการคลอดลูก
อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่อยากปกป้องลูกน้อย ซูจิ่นอวี้จึงยื้อชีวิตสู้กับโรคร้ายต่อมาได้นานถึงสองปี แต่สุดท้ายโรคร้ายก็พรากเธอไป ทิ้งไว้เพียงซู่เป่าให้เผชิญโลกเพียงลำพัง
น้องสาวสุดที่รัก ที่พวกพี่ชายเฝ้าทะนุถนอมประดุจไข่ในหิน กลับต้องมาจบชีวิตลงท่ามกลางความอ้างว้างในต่างแดน ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ หรือแม้แต่คนรู้จักตัวตนแท้จริง ซูอีเฉินเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ยิ่งโทสะคุกรุ่น ใบหน้าของเขากลับยิ่งเย็นเยียบลงเท่านั้น
ผู้เฒ่าซูไม่กล้าเอ่ยถามสิ่งใดต่อ ด้วยเกรงว่าหัวใจที่ชราภาพจะรับความขมขื่นนี้ไม่ไหว
“แล้วพวกมันทำร้ายซู่เป่าด้วยเรื่องอะไร?” ซูอี้เชินถามขึ้นด้วยความสงสัย
ซูอีเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ” มู่ชิ่นซิน ภรรยาใหม่ของหลินเฟิงตกบันไดจนแท้งลูก หลินเฟิงปักใจเชื่อว่าซู่เป่าเป็นคนผลักเธอ”
คำตอบนั้นทำให้สมาชิกตระกูลซูทุกคนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรังเกียจในความโง่เขลาและใจดำของอีกฝ่าย
ขณะบรรยากาศกำลังคุกรุ่น คนตระกูลหลินก็ดมกลิ่นตามมาอย่างรวดเร็ว ก็ปรากฏตัวขึ้นที่โรงพยาบาลจนได้
ผู้ช่วยของซูอีเฉินรีบก้าวเข้ามาพลางกระซิบรายงาน “ท่านประธานซู คนจากตระกูลหลินมาถึงแล้วครับ พวกเขาแจ้งว่าต้องการขอเข้าเยี่ยม… หลานสาวของพวกเขา”
ซูอีเฉิน