างยากลำบาก
“พ่อคะ… หนูหิว…” เด็กน้อยเค้นเสียงออกมา
หลินเฟิงเค้นเสียงหัวเราะอย่างหยามหยัน “แกทำร้ายลูกชายในท้องของชิ่นซินจนตาย ยังมีหน้ามาบอกว่าหิวอีกรึ! ฉัน… หลินเฟิง จะมีลูกสาวที่ใจคออำมหิตอย่างแกได้อย่างไร!”
ร่างเล็กแข็งเกร็งจนแทบขยับไม่ได้ ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้หม่นแสงไร้ประกาย เธอพูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป
หลินเฟิงเห็นท่าทางนิ่งเฉยเช่นนั้น โทสะก็ยิ่งโหมกระหน่ำ เขาเคยคิดว่านี่คือความดื้อรั้นเท่านั้น
แต่เหตุใดถึงมีจิตใจโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้!
“ลูกไม่รักดีถือเป็นความผิดของพ่อ! ในเมื่อวันนี้ แกกล้าลงมือทำร้ายได้แม้กระทั่งน้องในไส้ หากปล่อยให้เติบโตไป ไม่กลายเป็นฆาตกรหรอกหรือ? หากวันนี้ฉันไม่สั่งสอนให้รู้สำนึก ก็อย่ามาเรียกว่าพ่ออีกเลย!”
สิ้นคำ หลินเฟิงก็กวาดสายตาไปรอบกาย เขาคว้าไม้กวาดตรงมุมห้องขึ้นมาเหยียบหักส่วนหัวออก จนเหลือเพียงด้ามไม้หนาเกือบสองนิ้ว
ไม้ในมือฟาดกระหน่ำลงบนร่างของซู่เป่าอย่างไม่ยั้งแรง เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสพลันดังระงมไปทั่วบริเวณ
“แกยอมรับผิดหรือยัง?!” หลินเฟิงตวาดลั่น แววตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ไม่ใช่หนูจริง ๆ นะคะ หนูไม่ได้ทำ!” ซู่เป่ากัดริมฝีปากจนห้อเลือด แม้เจ็บปวดเจียนตาย แต่ใบหน้ามอมแมมนั้นยังคงเต็มไปด้วยความดื้อรั้นในความบริสุทธิ์ของตน
หลินเฟิงฟังก็โมโหกว่าเดิม “ถ้าแกไม่ได้ทำ แล้วชิ่นซินจะล้มลงมาเองงั้นเหรอ? แกคิดว่าคนเป็นแม่ที่ท้องตั้งหกเ