นว่า ‘นี่คุณพ่นเรื่องไร้สาระอะไรออกมาเนี่ย?’
ผมกระแอมไอ
“เรื่องจริงนะครับ”
เขายังคงดูเหมือนจะไม่เชื่ออยู่ดี
“…แล้วผมก็ชอบงานตัวเองด้วย”
ระบบมันบังคับให้ผมต้องพัฒนาเกม ถ้าเข้ากิลด์แล้วละก็ ผมรู้ตัวเลยว่าไม่มีเวลาเหลือไปพัฒนาเกมแหง ๆ
“….ไว้ในอนาคตอาจจะคิดดูนะครับ แต่ตอนนี้คงต้องขอปฏิเสธ”
“ก็ได้”
หัวหน้าแผนกดูเหมือนยังมีเรื่องอยากจะพูดอีก แต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับการตัดสินใจของผมและทำแค่พยักหน้าให้
“ในเมื่อคุณไม่อยากเข้า ผมก็ไม่บังคับหรอก แต่มันน่าเสียดายจริง ๆ นี่นา ผมคิดว่าคุณมีพรสวรรค์จริง ๆ นะ”
“ขอบคุณครับ”
ในท้ายที่สุด หัวหน้าแผนกก็ไม่ได้เซ้าซี้เรื่องนี้ต่อ ผมเดินกลับไปหาไคล์อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะพิงหลังกับผนังแล้วไถลตัวลงไปนั่ง
“เฮ้ออ…”
จังหวะนั้นเอง ผมถอนลมหายใจออกมายาว ๆ และผ่อนคลายลงได้ในที่สุด
‘นึกว่าจะตายซะแล้ว’
ทุกวินาทีในการทดสอบนั้นผ่านไปอย่างทรมานทรกรรม ผมไม่แน่ใจว่าตอนนั้นอะไรเข้าสิงผม แต่พอมาลองมองย้อนกลับไปแล้ว มันคงเป็นเพราะผมสติแตกไปแล้วจริง ๆ นั่นแหละ
‘…ทำเอาไม่อยากจะยุ่งเรื่องสยองขวัญไปอีกสักอาทิตย์เลยล่ะ’
นั่นคือสิ่งที่ผมปรารถนาเป็นอย่างมาก แต่พอคิดถึงไอ้ตัวประหลาดที่ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ ท้องของผมก็ปั่นป่วน
ปั่นป่วนมากเสียจนรู้สึกอยากจะเข้าห้องน