ำแบบนี้ก็ได้เหรอเนี่ย?”
เสียงของโซอี้แทรกผ่านความเงียบงัน เธอดูอดใจไม่ไหวจนไม่อาจกลั้นปากได้อีกต่อไป
คำพูดของเธอดึงให้หัวหน้าแผนกหลุดออกจากภวังค์ เขากลับไปนั่งบนเก้าอี้และวิเคราะห์โปรแกรมในแล็ปท็อป
“ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงคิดไม่ได้นะ?”
เขาทำสีหน้าเหมือนกับคนทำตัวไม่ถูกก่อนจะหันกลับมามองผมอย่างรวดเร็ว ฝ่าเท้าของผมถอยร่นออกมาเมื่อเห็นสายตานั้น
จู่ ๆ ผมก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
“นี่ คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าอยากเป็นแค่คนสังเกตการณ์น่ะ?”
เขาปิดแล็ปท็อปแล้วขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น
ผมถอยหลังหนีอีกก้าว
“ดูสิ คุณค่อนข้างมีพรสวรรค์เลยนะ การที่คุณสามารถคิดวิธีการที่เราคิดไม่ถึงมาก่อนได้ มันก็พิสูจน์แล้วว่าคุณน่ะมีของ ถ้าไม่มาร่วมงานกับเราคงเสียดายแย่เลย”
“เรื่องนั้น…”
ผมหันไปมองไคล์เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสีหน้าสับสนและตกตะลึงจากเขาเท่านั้น
“สวัสดิการของทางเราค่อนข้างดีเลยนะ แถมโบนัสเซ็นสัญญาก็สูงพอตัวด้วย คุณจะได้รับทั้งกลยุทธ์ที่เหมาะสมและ—”
“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะครับ แต่ผมขอผ่านดีกว่า”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครช่วยได้แล้ว ผมจึงพูดขัดจังหวะหัวหน้าแผนกไปตรง ๆ
“พอดีผมค่อนข้างกลัวพวกเรื่องสยองน่ะครับ”
“…..”
หัวหน้าแผนกมองหน้าผม สีหน้าของเขาเหมือนอยากจะบอกเต็มท