หัน
“ข… ขยะ?”
ศีรษะของวาทยกรเอียงทำมุมผิดธรรมชาติ ค่อย ๆ ขยับเนิบนาบอย่างจงใจ เสียงกรอบแกรบเสียดหูดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบงัน
“…เพลง… ของผม ขยะ?”
แกร๊ก!
เสียงคราวนี้ ดังและแหลมยิ่งกว่าเก่า ศีรษะของวาทยกรบิดมากยิ่งขึ้น— ผ่าน 90 องศา ไป 180 องศา— จนกระทั่งอยู่ในรูปลักษณ์คว่ำกลับหัว
“ใช่”
ผมพยักหน้า ทำตัวให้นิ่งเข้าไว้ หรืออย่างน้อยก็ฝืนทำตัวอย่างนั้นอยู่ แล้วทันใดนั้น—
ฝ่ามืออันเย็นเยียบคว้าเข้าที่ไหล่ของผม
“…..!?”
ผมยังคงจ้องตรงไปข้างหน้า กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัว แต่มีบางอย่างฉุดรั้งผมไว้ เงาสายหนึ่งพาดผ่านตักของผม ร่างไร้หน้าค่อย ๆ ปรากฏขึ้นข้างกาย นัยน์ตาว่างเปล่าของมันจ้องเขม็งมาที่ผมอย่างแรงกล้าชวนขนหัวลุก
‘ฉันจะอ้วกอยู่แล้ว’
แต่ราวกับว่าทั้งหมดนี้ มันยังเลวร้ายไม่พอ—
แก— แกร๊ก!
ใบหน้าไร้รูปพรรณข้างกายผมเอียงคอ เลียนแบบท่าทางของวาทยกรอย่างเชื่องช้า ผิดธรรมชาติ เสียงแตกหักน่าสะอิดสะเอียนดังมาจากใบหน้าของมัน บิดเบี้ยวปรวนแปร ผิวหนังยืดออกและปริขาดพร้อมกับเสียงชื้นแฉะวิปลาสฝ่าความเงียบสงัด
ส่วนปากโผล่ขึ้น สุ้มเสียงหนึ่งกระซิบข้างใบหูของผม
“ทำไม…? ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้…? ผมสมบูรณ์แบบ มัน… สมบูรณ์แบบ”
มือของผมสั่นระริก แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
เสียงนั่นมัน…
‘เสียงของวาทยกร!’
ร่างนั้น