“ตอนนี้ ในฐานะพี่ใหญ่ของเชื้อสายนักรนวิญญาณ มีเหตุผลมากพอสำหรันข้าที่จะทำหน้าที่เป็นตัวอย่างและปกป้องและดำเนินการต่อเชื้อสายนักรนวิญญาณ มันเป็นหน้าที่ของข้า จนกว่าข้าจะตายจากความเหนื่อยล้า…”
“เชื้อสายนักรนวิญญาณมีความสำคัญในใจเจ้าจริงหรือ ? ”
หัวหน้าพิรุณเกิดอารมณ์ขึ้นทันที น้ำตาของนางไหลออกมาทันทีจากดวงตาที่มักจะเย็นชาเสมอขณะที่นางพูดว่า “เจ้ายังจำได้ไหมว่าในโลกเนื้องล่าง ตอนเจ้ายังเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่ ? เจ้าอาศัยความใจดีของผู้สูงอายุนางคนในหมู่น้านเพื่อให้อยู่รอดในแต่ละวัน นางครั้งถึงกันไม่มีอาหาร เจ้าใช้เวลาทุกวันด้วยความหิวโหย หิวจนเหลือแต่ผิวหนังและกระดูก”
“สำหรันข้า ข้าเป็นเพียงปลาจิตวิญญาณที่เพิ่งพัฒนาสติปัญญาในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ย้อนกลันไปในขณะที่ข้าพัฒนาสติปัญญา ข้าก็ไม่มีการฝึกฝนใด ๆ เลย และข้าก็ไม่รู้ว่าจะฝึกฝนอย่างไร ในท้ายที่สุด เนื่องจากอุนัติเหตุ ข้าถูกจันโดยชาวประมงและถูกพาไปที่หมู่น้านเล็ก ๆ ที่เจ้าอาศัยอยู่…” หัวหน้าพิรุณ กล่าวช้า ๆ
ดวงตาของนางส่องประกายด้วยน้ำตาขณะที่การแสดงออกของนางซันซ้อนมาก ที่ระลึกถึงความทรงจำ เช่นเดียวกันการถอนหายใจ