พอมีคนหนึ่งเอ่ยปาก ก็มีคนที่สองเอ่ยปากตามมา เมื่อเห็นอวิ๋นเจียวยิ้มน้อยๆ ตลอดเวลา ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ เด็กๆ จึงกล้ามากขึ้น ต่างแย่งกันเล่าเรื่องการทำพู่กันที่บ้านของตน
เอาเข้าไป ทำจากขนหางสุนัขกันหมดเลย! แบบนี้สุนัขทั้งหมู่บ้านคงกลายเป็นสุนัขหางโล้นกันหมดแล้ว!
อวิ๋นเจียวอดหัวเราะออกมาไม่ได้ โม่ซ่านเองก็หัวเราะตาม
“โชคดียังไม่มีใครคิดจะมาทำอะไรเสี่ยวไป๋ของพวกเรา ไม่อย่างนั้น เสี่ยวไป๋ก็คงต้องกลายเป็นสุนัขหางโล้นไปด้วย!”
อวิ๋นฉี่รุ่ยค่อนข้างกลัวเสี่ยวไป๋ ตอนเสี่ยวไป๋ยังตัวเล็กนิดเดียวก็อ้าปากกัดคนได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ เสี่ยวไป๋ทั้งตัวใหญ่ทั้งสูง เป็นสุนัขที่เพิ่งเกิดได้ไม่กี่เดือนเองแท้ๆ แต่กลับตัวใหญ่กว่าสุนัขแก่ในหมู่บ้านเสียอีก
“พี่หญิงสี่ ท่านอย่าพูดเล่นน่า นอกจากคนบ้านท่านแล้ว ใครจะกล้าแตะต้องขนบนตัวเสี่ยวไป๋กัน?”
ทันใดนั้นก็มีเด็กคนหนึ่งพูดสนับสนุน “ถูกต้องๆ เสี่ยวไป๋เก่งกาจจะตาย สุนัขในหมู่บ้านเห็นมันเป็นต้องตัวสั่น!”
“หลายตัวยังกลัวจนฉี่ราดเลยล่ะ!”
“สุนัขที่บ้านข้าก็เคยโดนเสี่ยวไป๋ขู่จนต้องนอนหมอบ ไร้ประโยชน์สิ้นดี ปกติเห่าได้เก่งนัก พอเสี่ยวไป๋เดินผ่านมาไกลๆ มันก็นอนหมอบแล้ว”
“ข้าไม่เห็นรู้เลยว่าเสี่ยวไป๋ของพวกเราเก่งกาจขนาดนี้!”
ทุกวันเสี่ยวไป๋จะ