ทว่าเหยียนเซี่ยวกลับเป็นคนหน้าหนา เขาเอ่ยอย่างเอาใจทันที “สิงจือ ถ้าเช่นนั้นข้าควรจะเรียกเจียวเอ๋อร์ว่าอะไรดี? เสี่ยวเจียว? น้องเจียว? เจียวเจียว?”
อวิ๋นเจียวเห็นสีหน้าของพี่ใหญ่ของนางยิ่งนานยิ่งมืดครึ้ม จึงรีบเอ่ยขัด “เรื่องเรียกชื่อเป็นเรื่องเล็ก ท่านจะเรียกอย่างไรก็ได้ แต่เรื่องให้ท่านมาเป็นอาจารย์…”
เรื่องชื่อเรียกเป็นเรื่องเล็ก ยิ่งไปกว่านั้น คนตรงหน้านางผู้นี้เห็นได้ชัดว่าเป็นคนหัวแข็ง หากไปหาเหตุผลกับเขาคงต้องเป็นนางเองที่โมโหตายก่อน
แต่การจะให้คุณชายสูงศักดิ์ที่หนีออกจากบ้านมาสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้าน อวิ๋นเจียวรู้สึกว่านางยังไม่ใจกว้างขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์หม่ายังไม่ใช่คนประเภทที่กลัวการทำให้ผู้อื่นขุ่นเคือง เหตุใดจึงโยนปัญหาเช่นนี้ให้นางเล่า?
อวิ๋นเจียวมองไปยังอาจารย์หม่า เห็นเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา นั่นก็หมายความว่า คุณชายห้าแห่งจวนราชบัณฑิตผู้นี้ ใช้ประโยชน์ได้!
ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ อาจารย์หม่าไม่ได้โยนปัญหามาให้นาง แต่มอบโอกาสให้นางสร้างหนี้บุญคุณต่ออีกฝ่าย! หรือว่า… อวิ๋นเจียวพิจารณาเหยียนเซี่ยวอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายคู่นั้นทำให้เหยียนเซี่ยวรู้สึกขนลุก
เห็นน้องสาวที่อ่อนหวานน่ารักของตนจ้องมองบุรุษอื่นเช่นนี้ ในใจของอวิ๋นฉี่เยว่ก็รู้สึกไม่พอใจ