ห่งนี้ แสดงว่าเขาก็เป็นคนจิตใจดีคนหนึ่ง จิตใจดี รู้จักเป็นห่วงสำนักศึกษา เช่นนั้นก็เยี่ยมแล้ว
“เอาเถิด ท่านอยู่ที่นี่ก็ได้เจ้าค่ะ”
เหยียนเซี่ยวแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง อวิ๋นเจียวตอบตกลงแล้วหรือ? เขานึกว่าอวิ๋นเจียวจะปฏิเสธเขาเสียอีก
แต่สิ่งที่อวิ๋นเจียวพูดก็ถูกต้อง หากบิดามารดาของเขาส่งคนมาตามหาเล่าจะทำอย่างไร? อ้อจริงสิ มีฉู่อี้อยู่ทั้งคน จะกลัวอะไรอีกล่ะ? เขารีบร้อนตามมาก็เพราะว่าฉู่อี้อยู่ที่ตำบลไป๋อวิ๋นมิใช่หรือ?
“วางใจเถิด ข้ากับเจิ้นหย่วนโหวเป็นสหายกัน เดี๋ยวข้าจะไปบอกเขา ให้เขาดูแลสำนักศึกษาของพวกเรา ต่อไปอย่าว่าแต่ราชบัณฑิตเลย ไม่ว่าใครหน้าไหนก็มิอาจทำอะไรสำนักศึกษาของพวกเราได้!”
อวิ๋นฉี่เยว่ อวิ๋นเจียว และอาจารย์หม่าต่างมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาด เหยียนเซี่ยวตบหน้าผากของตนเองทีหนึ่ง พลางอุทานว่า “โอ้… ดูความจำของข้าสิ บรรดาศักดิ์ขั้นโหวถูกเขาทำหลุดลอยแล้ว เขาเป็นท่านป๋อต่างหาก!”
“เขานี่มันหัวแข็งจริงๆ เพียงเพื่อที่จะหาความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของผู้มีพระคุณ ถึงกับกล้าบุกไปที่ท้องพระโรง ทำให้ฮ่องเต้ต้องเสียพระพักตร์ จะไปหาความเป็นธรรมเช่นนั้นเพื่ออะไร หากเป็นข้า คงบุกไปที่จวนของเสนาบดีกรมกลาโหม ขอเงินแสนตำลึงมาให้กับครอบครัวของผู้มีพระคุณยังดีเสี