ยกว่า”
อวิ๋นเจียวปวดหัว คนแบบนี้จะมาเป็นอาจารย์ได้อย่างไร ระวังจะไปสอนอะไรผิดๆ ให้เด็กๆ
“ท่านอยู่ที่นี่ เป็นคนงานจิปาถะ มิใช่อาจารย์ ท่านคิดให้ดีแล้วกันนะ”
เหยียนเซี่ยวตกตะลึง คนงานจิปาถะหรือ? ให้คุณชายห้าแห่งจวนราชบัณฑิตผู้สูงศักดิ์อย่างเขามาเป็นคนงานจิปาถะ? เขามองอวิ๋นเจียว ใช้นิ้วชี้หน้าตัวเองด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“เจียวเอ๋อร์ เจ้าบอกให้ข้าเป็นคนงานจิปาถะ? ข้าเป็นถึงซิ่วไฉนะ ตำแหน่งซิ่วไฉของข้ามิได้ซื้อมา แต่สอบได้ด้วยความสามารถ!”
อวิ๋นเจียวพยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่แล้ว คนงานจิปาถะเจ้าค่ะ หากท่านเต็มใจก็อยู่ต่อ หากไม่เต็มใจก็ไปเถิด”
เหยียนเซี่ยวมองอาจารย์หม่าอย่างขอความช่วยเหลือ แต่อาจารย์หม่ากลับไม่สนใจเขา เขาจึงหันไปมองฉีจวี่เหรินอีกครั้ง แต่ฉีจวี่เหรินก็ทำท่าทางว่าจนปัญญา เขาเองช่วยอะไรไม่ได้
เหยียนเซี่ยวอ้อนวอนอวิ๋นเจียวด้วยท่าทางน่าสงสาร “เจียวเอ๋อร์…”
แต่อวิ๋นเจียวกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย “คนงานจิปาถะ หรือไม่ก็ไป”
เหยียนเซี่ยวทำท่าทางเจ็บปวด “นี่ไม่สามารถต่อรองได้เลยอย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นเจียว “ไม่ต่อรอง!”
เหยียนเซี่ยวกัดฟัน ก่อนจะเก็บพัดในมือ ทำท่าทางองอาจกล้าหาญ “เอาล่ะ คนงานจิปาถะก็คนงานจิปาถะ!”
อวิ๋นเจียวถือโอกาสทำตัวเป็นคนใจแข็งจนถึงที่สุด