ฟางซื่อกำชับสิ่งใด อวิ๋นฉี่รุ่ยก็รับฟังและจดจำไว้ในใจอย่างแม่นยำ ด้วยเกรงว่าเมื่อตนเองไม่เชื่อฟัง หรือทำอะไรผิดพลาดไป แล้วจะทำให้ชุ่ยเหนียงจากไป
อวิ๋นฉี่รุ่ยรับชุ่ยเหนียงเป็นมารดาบุญธรรมต่อหน้าฟางซื่อ และคุกเข่าคำนับสามครั้งอย่างนอบน้อม ก่อนจะยกน้ำชาให้
กู่ชิงจัดการงานอย่างรวดเร็ว วันนั้นเขาก็ไปซื้อบ้านหลังเล็กๆ ที่ไม่มีคนอยู่ภายในหมู่บ้าน และจ้างคนมาซ่อมแซม วันรุ่งขึ้นก็ไปรับภรรยาและมารดาที่พักอยู่ที่โรงเตี๊ยมในตำบลมาที่นี่
นับว่าครอบครัวของเขาได้ลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านไหวซู่อย่างเป็นทางการแล้ว
รุ่งเช้าวันที่สาม เขาก็มาหาอวิ๋นเจียว อวิ๋นเจียวมอบสมุดบันทึกการปลูกดอกไม้และพืชพันธุ์ที่แคว้นต้าเยี่ยไม่มีอย่างเช่นซวิ่นอีเฉ่า [1] ให้เขาไปศึกษา เนื่องจากนางเองก็อยากไปดูไร่ดอกไม้ จึงไปหมู่บ้านหยางหลิ่วกับเขาด้วย
ขณะที่รถม้าแล่นผ่านจวนของฉู่อี้ อวิ๋นเจียวก็แง้มม่านรถม้าออกไปมองแวบหนึ่ง ในใจคิดว่า คนผู้นี้ไปทำอะไรที่เมืองหลวง ไยยังไม่กลับมาเสียที แต่พอนึกขึ้นได้ นางก็รู้สึกว่าตนเองคงจะบ้าไปแล้ว นี่มันก็แค่จวนพักตากอากาศ ฉู่อี้ก็มีจวนโหวอยู่ในเมืองหลวง!
เขาจะมาพักอยู่ที่จวนพักตากอากาศเป็นประจำได้อย่างไร แต่นางก็นึกถึงจดหมายที่ฉู่อี้เขียนถึงนาง และกระต่ายน้อยสองตัวนั้น ทำให้นา