งรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ฉู่อี้ไม่ได้อยู่ที่จวนพักตากอากาศ
ไร่ดอกไม้ของนางอยู่ไม่ไกลจากจวนพักตากอากาศของฉู่อี้ เป็นไร่ดอกไม้ขนาดใหญ่ถึงสองร้อยหมู่ เขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
ตามคันดินมีคนงานทั้งประจำและชั่วคราวกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ อวิ๋นเจียวก็พลันจินตนาการถึงทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง เปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นท้องทะเลดอกไม้
“ลุงกู่ ท่านไปปรึกษากับท่านลุงใหญ่ เลือกจุดสร้างเรือนหลังเล็กๆ สักหลังหนึ่ง แล้วสร้างศาลาพักผ่อนในทุ่งซวิ่นอีเฉ่า จากนั้นก็สร้างทางเดินไม้ เชื่อมต่อศาลาพักผ่อนกับเรือนหลังนั้น”
“อืม เอาเป็นว่าสร้างศาลาไม้เจ็ดหลังในไร่ดอกไม้ก็แล้วกัน ไม่ต้องใหญ่โตอะไรมาก เล็กๆ ก็พอ สร้างเป็นรูปกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ [2] แล้วใช้ทางเดินไม้เชื่อมต่อกัน”
อวิ๋นเจียวชี้ไปที่ไร่ดอกไม้ กู่ชิงตั้งใจฟังจนจบ แล้วเอ่ยว่า “คุณหนู บ่าวจดจำไว้แล้วขอรับ”
อวิ๋นเจียวเตือนเขาว่า “บัดนี้ท่านเป็นชาวบ้านธรรมดาแล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียกตัวเองว่าบ่าวต่อหน้าข้า”
“ขอรับ คุณหนู ข้าน้อยทราบแล้ว”
ไร่ดอกไม้สองร้อยหมู่นี้ หลังจากที่อวิ๋นเจียวพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็ตัดสินใจว่าจะปลูกซวิ่นอีเฉ่าและเหมยกุย [3] เป็นหลัก ส่วนที่เหลือก็ปลูกดอกไม้และพืชพันธุ์ชนิดอื่นๆ
อวิ๋นโส่งจงเป็นคนไปซื้อต้นกล้าเหมยกุยมา