ไม่อาจทนความอับอายขายหน้าได้อีกแล้ว
“ร่ำรวยอะไรกัน บ้านเจ้าใหญ่กับบ้านเจ้าสามติดตามเจ้ารองก็แค่มีกินมีใช้”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เอ่ยด้วยความอิจฉา “ท่านพ่อ ท่านยังไม่รู้หรือเจ้าคะ เช้านี้เจิ้นหย่วนโหวส่งคนมาที่บ้านพี่ใหญ่กับบ้านพี่สาม เพื่อมอบของขวัญมากมาย มีหีบสมบัติตั้งหลายใบนะเจ้าคะ”
“แค่นั้นยังไม่พอ ทุกคนต่างเห็นเป็นพยาน มีทั้งเงินและของมีค่ามากมาย มูลค่าถึงสองร้อยตำลึงเชียวนะเจ้าคะ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเบิกตากว้าง “เหมยเอ๋อร์… เจ้าพูดอะไร? เจ้าล้อข้าเล่นหรือ?” ต่อให้ตีเขาตาย เขาก็ไม่เชื่อเด็ดขาด!
ทุกคนในละแวกนี้รู้ดีว่าในหมู่บ้านหยางหลิ่วมีท่านโหวอาศัยอยู่ ท่านโหวเชียวนะ บ้านเจ้าใหญ่กับบ้านเจ้าสามจะไปเกี่ยวข้องกับท่านโหวได้อย่างไร?
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์พูดประชด “ท่านพ่อ หากไม่เชื่อ ท่านออกไปถามชาวบ้านดูสิเจ้าคะ พวกเขาเห็นกันทั้งนั้น”
แบบนี้ก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ หัวใจของผู้เฒ่าอวิ๋นเหมือนถูกเกลือโรย เจ็บแปลบๆ หากไม่มีเรื่องของเหลียนเอ๋อร์ หากไม่มีเรื่องของฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงเมื่อวานนี้ เขาในฐานะบิดาเอ่ยปากสักคำ บ้านใหญ่กับบ้านสามคงยอมควักเงินออกมาบ้าง แต่นี่…
ผู้เฒ่าอวิ๋นเหลือบมองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ รู้สึกว่าคำด่าของเถาซื่อนั้นถูกต้อง นางเป็นตัวซวยจริงๆ
ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดด้วยสีหน้าหม่นหม