รอำเภอแล้ว ในเมื่อเจียงต้าไห่ก่อเรื่องจนถูกจับและถูกตัดสินโทษแล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้านไหวซู่ย่อมมีสิทธิ์รับช่วงทรัพย์สินทั้งหมดของเจียงต้าไห่ตามสัญญาฉบับนี้”
“เรื่องนี้ต่อให้ไปพูดที่ศาลาว่าการอำเภอ ท่านนายอำเภอก็ต้องตัดสินเช่นนี้ หากเจ้าจะขนย้ายสินค้าไป ก็ไปเจรจากับพวกเขาดูว่าเขาจะขายให้เจ้าหรือไม่ และขายในราคาเท่าไร”
เขานำเจ้าหน้าที่รักษาความสงบมาด้วย แถมยังเอ่ยปากเช่นนี้ ผู้นำตระกูลเจียงอย่างเจียงเฮ่อจึงไม่กล้าแย่งชิงกับอวิ๋นเจียชางอีกต่อไป
แต่เขาก็เสียเงินไปสิบตำลึงแล้ว ไม่อาจปล่อยให้สูญเปล่าได้ ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่เห็นอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เขาก็รีบเรียกร้องให้คืนเงิน
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เห็นผู้นำตระกูลเจียงก็กลัวความแตก นางหันหลังเตรียมวิ่งหนีทันที แต่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกคนตระกูลเจียงขวางทางไว้และลากกลับมาได้
เจียงเฮ่อผู้นำตระกูลเจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ เจ้านี่ช่างบังอาจนัก รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งของพวกนี้ค้ำประกันไว้กับหมู่บ้านไหวซู่แล้วยังกล้ามาหลอกเงินจากข้า วันนี้หากเจ้าคืนเงินสิบตำลึงมา ข้าจะไม่เอาเรื่องเอาราว หากไม่คืน ข้าจะขายเจ้าเพื่อชดใช้หนี้!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตระหนกจนทรุดฮวบลงไปกับพื้น นางไม่ได้รับหนังสือหย่า ถือว่ายังเป็นคนของตร