านของอวิ๋นเจียวก็เห็นคนในบ้านทุกคน รวมไปถึงคนบ้านเจ้าใหญ่และบ้านเจ้าสามอยู่กันพร้อมหน้า เขาพลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
มีอยู่ช่วงหนึ่ง เขาเคยเป็นผู้นำครอบครัว คนบ้านเจ้าใหญ่และบ้านเจ้าสามต่างก็คอยประจบเอาใจเขา ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร พวกเขาก็เชื่อฟังโดยไม่ขัดขืน แต่ตอนนี้คนของทั้งสองบ้านนี้กลับตีตัวออกหากจากเขา แถมยังปฏิบัติต่อเจ้ารองราวกับเป็นพ่อของพวกมันงั้นแหละ
อวิ๋นโส่วกวงเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ ทำไมท่านถึงมาที่นี่หรือขอรับ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นหน้าบึ้ง “ทำไมเล่า ข้าเป็นพ่อ แวะมาเที่ยวบ้านลูกชายบ้างไม่ได้หรือไง?”
เดิมทีอวิ๋นโส่วกวงก็เป็นคนพูดไม่เก่ง เมื่อถูกย้อนถามเช่นนี้ ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
อวิ๋นโส่วจงขมวดคิ้ว “พี่ใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะพูดเช่นนั้น ท่านพ่อมาแล้วก็เข้ามานั่งก่อนเถิดขอรับ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจนแทบสิ้นสติ มาแล้วก็เข้ามานั่งหรือ? เห็นข้าเป็นขอทานหรือไง? ไม่มีความเคารพแม้แต่น้อย แม้แต่คำว่า ‘เชิญท่านพ่อนั่ง’ ก็ยังพูดไม่เป็น!
“ท่านปู่”
“ท่านปู่อวิ๋น”
“ลุงอวิ๋น”
หลังจากที่ผู้เฒ่าอวิ๋นนั่งลง หลานๆ ต่างก็เอ่ยทักทายเขา
ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจ แต่เมื่อได้ยินเฉาหลานเอ๋อร์และเฉาโส่วเย่าเรียกเขาว่า ‘ลุงอวิ๋น’ และ ‘ท่านปู่อวิ๋น’ ก็เกือบจะกระ