ี้ก่อน ส่วนเงินที่เหลือ พวกเจ้าไปรับจากเขาเอาเองเป็นอย่างไร?”
น่าเสียดาย ภายใต้สายตาของอวิ๋นฉี่เยว่โม่จู๋ก็หักนิ้วของเขาสามนิ้วอย่างรวดเร็ว หากไม่ให้บทเรียนสักหน่อย พวกเขาก็จะคิดว่าพวกตนเป็นคนที่ใครๆ ก็กดขี่ได้ง่ายๆ
ในขณะที่โม่จู๋ลงมือ อวิ๋นฉี่เยว่ได้ดึงอวิ๋นเจียวเข้ามาในอ้อมกอด บังสายตาของนางเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ใช้มือทั้งสองข้างปิดหูนางเอาไว้ รอจนกระทั่งโม่จู๋ลากคนผู้นั้นออกไปไกลแล้ว จึงค่อยปล่อยมือ
ทุกคนต่างตกตะลึง เมื่อได้ยินเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น เหมือนกับว่านิ้วที่โม่จู๋หักนั้นเป็นนิ้วของพวกเขา
อวิ๋นฉี่เยว่ประสานมือให้หมอก่วง “ท่านหมอก่วง รบกวนท่านตรวจชีพจรให้กับชาวบ้านทุกคนอีกครั้งด้วยขอรับ ตรวจดูว่ามีใครได้รับพิษหรือไม่”
หมอก่วงกล่าวว่า “อืม นั่นเป็นสิ่งที่ควรทำ”
หลังจากที่หมอก่วงตรวจชีพจรเสร็จแล้ว และแจ้งกับทุกคนอย่างชัดเจนว่าไม่มีใครได้รับพิษ อวิ๋นฉี่เยว่ก็ให้โม่จู๋นำเงินไปแลกเป็นเงินเศษห้าสิบตำลึงที่โรงแลกเงิน จากนั้นก็นำมาแบ่งให้ทุกคน
ส่วนค่าตรวจของหมอก่วง เขาก็จ่ายให้ตามจำนวนคน ทุกอย่างล้วนรอบคอบและสมบูรณ์แบบ
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เขาก็ให้อวิ๋นฉี่ชิ่งและคนอื่นๆ ปิดร้าน จากนั้นทุกคนก็กลับหมู่บ้านไหวซู่ด้วยกัน
อวิ๋นฉี่เยว่ทิ้ง