็พอ พี่ใหญ่ช่างเอาใจใส่นางจริงๆ
“แค่กๆ… เอ่อ… ชุ่ยเหนียง งั้นเจ้าไปอยู่ห้องของเจ้าสี่ก็แล้วกัน ตอนนี้มีแค่หู่หยาจื่ออยู่คนเดียว”
หู่หยาจื่อหรือ อวิ๋นเจียวแอบหัวเราะในใจ ตอนนี้ท่านปู่เพิ่งนึกออกว่ายังมีหลานชายอีกคนอย่างนั้นหรือ?
นับตั้งแต่อวิ๋นโส่วจู่ถูกจับ อวิ๋นฉี่รุ่ยก็มาอาศัยอยู่ที่บ้านของอวิ๋นโส่วจง กินข้าวกับคนงานทุกวัน พอกินข้าวเสร็จก็ไม่รู้ว่าออกไปเล่นซุกซนกับเด็กๆ ที่ไหนบ้าง กลับมาอีกทีก็ตอนเย็น อาบน้ำเข้านอนเอง
นี่เป็นคำสั่งของอวิ๋นโส่วจง ทุกวันเขาต้องอาบน้ำให้สะอาดสะอ้านถึงจะได้กินข้าว ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋นกับเถาซื่อไม่เคยสนใจไยดีเขาเลยสักนิด
อวิ๋นโส่วจงเอ่ย “ไม่จำเป็นขอรับ ชุ่ยเหนียงไปอยู่ห้องเจ้าสามก็ได้ ตั้งแต่วันที่ท่านพ่อล้มป่วย ข้าก็คิดจะหาคนมาปรนนิบัติพอดี ช่วงนี้เจ้าสามไม่อยู่ ข้าก็เลยให้คนไปเก็บกวาดห้องเรียบร้อยแล้ว”
ที่แท้ช่วงนี้ที่ห้องของเจ้าสามมีเสียงทุบดังตึงตังตลอดเวลา ทั้งซ่อมแซม เพิ่มเครื่องเรือน เสริมความแข็งแรงให้ประตู และเปลี่ยนแม่กุญแจ เขานึกว่าเจ้าสามจะกลับมาอยู่บ้าน แอบดีใจอยู่หลายวัน กลับกลายเป็นว่าเตรียมไว้ให้ชุ่ยเหนียง
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่พอหันไปเห็นชุ่ยเหนียงที่มีท่าทางอ่อนโยนและสงบเสงี่ยม ความผิดหวังอันน้อยนิดนั้นก็พลันสลายหา