ยไป กลับกลายเป็นความยินดีของการได้เป็นนายท่านผู้เฒ่าแทน
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกสงสารตัวเองอยู่ลึกๆ ในใจ สุดท้ายแล้วเขาก็มีเพียงตัวเองคนเดียว
“เช่นนั้นก็ดี งั้นเจ้าก็ไปจัดการเถิด”
ทันใดนั้น อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “อยู่ดีๆ ที่บ้านก็มีคนเพิ่มขึ้นมา คงต้องใช้จ่ายมากขึ้นอีกแน่ๆ เจ้าค่ะ”
เถาซื่อได้ยินอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เตือนสติ ก็รู้สึกตัวทันที “นั่นสิ มีคนเพิ่มขึ้นมาก็ต้องใช้จ่ายมากขึ้น ครอบครัวของเราไม่มีเงินมากพอจะเลี้ยงดูคนอื่นหรอกนะ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนหนวดเคราชี้ตั้ง “เจ้านี่นะยายแก่ แค่ค่ากินของคนคนเดียว จะไม่มีเชียวหรือ?”
เถาซื่อตวาดกลับอย่างไม่พอใจ “มีหรือ มีที่ไหนกัน? ลูกชายแต่ละคน กินจุกันทั้งนั้น ไม่มีใครคิดจะทำงานทำการ ค่าเช่าที่นาได้มาสักเท่าไหร่เชียว? เจ้าห้ายังต้องเรียนหนังสือ จะให้เอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงคนเพิ่ม?”
ชุ่ยเหนียงโค้งคำนับให้เถาซื่อ แล้วเอ่ยว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ค่าใช้จ่ายของบ่าว ไม่ได้มาจากที่นี่ ไม่เพียงแต่ของบ่าวเท่านั้น แม้แต่ค่าใช้จ่ายของนายท่านผู้เฒ่า ท่านก็ไม่ต้องห่วง นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ค่าใช้จ่ายของนายท่านผู้เฒ่าและของบ่าว บ่าวจะไปรับจากนายท่านรองเองเจ้าค่ะ”
เถาซื่อยังอยากถือโอกาสนี้ ขอเงินจากอวิ๋นโส่วจงสักหน่