บอกว่าพวกท่านล้วนเป็นลูกอกตัญญู งั้นก็ให้ท่านย่าไปหาลูกที่กตัญญูมาดูแลท่านปู่สิ ไฉนดูแลพ่อตัวเองจึงกลายเป็นคนใจดำอกตัญญู ส่วนคนที่ไม่ดูแลกลับกลายเป็นลูกกตัญญู”
อวิ๋นโส่วจงเห็นด้วยกับคำพูดของอวิ๋นเจียว จึงกล่าวว่า “ใช่ เจียวเอ๋อร์พูดถูก อีกอย่างพวกเราก็แยกบ้านแล้ว มีเรื่องอะไรช่วยเหลือกันก็ถือเป็นน้ำใจ ไม่ช่วยก็ไม่ผิด”
กล่าวจบ เขาก็หันไปบอกหมอโจว “ท่านหมอโจว รบกวนท่านจัดยาให้พ่อข้าด้วย ข้ายังยืนยันคำเดิม หากเงินไม่พอให้มาหาข้า เพียงแต่ของที่ไม่จำเป็น บางอย่างที่บางคนจงใจเพิ่มเข้ามา ข้ายืนยันว่าไม่เอา”
หมอโจวกล่าว “นายท่านรองอวิ๋น อีกห้าตำลึงก็พอขอรับ อาการของลุงสามอวิ๋นครั้งนี้ เสียพลังไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ข้าพิจารณาแล้ว จะเพิ่มยาบำรุงเข้าไปอีกหน่อย กินสักหนึ่งถึงสองวันก็หายดีแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นโส่วจงจึงรีบบอกอากุ้ยให้นำเงินห้าตำลึงไปให้หมอโจว
เถาซื่อเห็นว่าโสมแก่หลุดมือไปแล้ว ก็หัวเสียอย่างมาก นางได้ยินมาว่าช่วงนี้อวิ๋นฉี่ซานกินน้ำแกงโสมทุกวัน แม้กระทั่งตอนที่อวิ๋นเหลี่ยนเอ๋อร์โดดน้ำ ฟางซื่อก็ยังตุ๋นน้ำแกงโสมให้ดื่ม เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นชาวบ้านที่ไปเยี่ยมบ้านอวิ๋นโส่วจงมาบอกเล่า พวกเขาเห็นกับตาไม่ผิดแน่
ตอนนั้นนางก็อยากได้โสมของบ้านอวิ๋นโส่วจงจะแย่อย