ังจากตีจนพอใจแล้ว ผู้เฒ่าอวิ๋นก็หมดแรงทรุดลงกับพื้น เรื่องราวบานปลายถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีทางย้อนกลับไปได้อีก
ยายแก่คนนี้นี่ ไม่ได้บอกว่าแค่จะให้พวกเขาอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องหรือ… ไม่เห็นบอกเลยว่าจะวางยา จะลงกลอนประตู จะให้พวกเขาชิงสุกก่อนห่าม
ผู้เฒ่าอวิ๋นมองอวิ๋นโส่วเย่าด้วยสายตาเว้าวอน “เจ้าสาม เจ้าจะทิ้งพ่อแม่เพื่อเด็กผู้หญิงคนเดียวจริงๆ หรือ?”
อวิ๋นโส่วเย่ามองอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ที่ยืนกรานไม่ยอมจากไป เฉาซื่อใช้ผ้าเช็ดหน้ากดแผลที่หน้าอกให้นาง ส่วนอวิ๋นหลานเอ๋อร์ก็จ้องมองด้วยแววตาเคียดแค้น ราวกับลูกเสือตัวน้อยๆ
เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “ท่านพ่อ เหลียนเอ๋อร์กับหลานเอ๋อร์มีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า พวกนางเป็นลูกของข้า หากมีใครทำกับเหมยเอ๋อร์ กับโส่วหลี่เช่นนี้ ท่านพ่อจะยอมหรือไม่? พวกท่านทำแบบนี้ลงไป ไม่เคยคิดเลยหรือว่าเท่ากับกำลังฆ่าลูกชายตัวเอง? แม้แต่เสือยังไม่กินลูกตัวเองเลยท่านพ่อ!”
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่อวิ๋นโส่วเย่าเรียกผู้เฒ่าอวิ๋นว่า ‘ท่านพ่อ’ หัวใจของเขาก็กำลังหลั่งเลือดเช่นกัน
คำพูดของเขาทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดไม่ออก แววตาเว้าวอนในดวงตาค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความสิ้นหวัง
ช่างเถิด จะตัดขาดก็ตัดขาด เรื่องราวบานปลายถึงขั้นนี้แล้ว บ้านสาม… ลูกชายคนนี้ คงถูกผลักออกไปไกลแล