บจะตะโกนออกมา “เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือ เหลียนเอ๋อร์ถึงขั้นคิดสั้นกระโดดน้ำตาย จะไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงได้หรือ?”
ก่อนหน้านี้มีคนในตระกูลอวิ๋นที่ว่องไว ไปขอยืมม้านั่งจากเพื่อนบ้านมาหลายตัว เชิญหัวหน้าตระกูลอวิ๋น ผู้ใหญ่บ้าน และผู้อาวุโสคนอื่นๆ นั่งลง
ผู้เฒ่าอวิ๋นก็นั่งลงเช่นกัน เขาเคาะกล้องยาสูบบนเก้าอี้ ก้มหน้าลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าสาม ในเมื่อเจ้ามาที่นี่แล้ว แถมยังเชิญผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลมาด้วย เช่นนั้นก็คงอยากจะแก้ไขเรื่องของเหลียนเอ๋อร์สินะ เรื่องนี้เราจะไม่พูดว่าใครถูกใครผิด อย่างไรเสียตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง แต่ท่าทีของพวกเจ้าเช่นนี้ ไม่เหมาะที่จะพูดคุยเรื่องของเหลียนเอ๋อร์”
ได้ยินดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเถาซื่อหรืออวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ต่างก็ยืดอกขึ้น ถูกต้อง หากอยากจะให้ลูกสาวได้แต่งงาน ก็ต้องแสดงท่าทีให้ดีหน่อย
แต่พออวิ๋นโส่วเย่าได้ยินเช่นนั้น กลับไม่โกรธ แถมยังหัวเราะออกมา เขามองผู้เฒ่าอวิ๋นแล้วเอ่ยถามว่า “เช่นนั้นท่านพ่อคิดว่า พวกข้าควรมีท่าทีเช่นไรหรือขอรับ? เหลียนเอ๋อร์เกือบตาย พวกข้าควรมีท่าทีเช่นไรเล่า? เชิญท่านพ่อพูดมา ลูกฟังอยู่!”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังต่อผู้เป็นบิดา ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ หากไม่โง่ ก็คงได้ยินน้ำเสียงประชดปร