นโส่วกวง “พี่ใหญ่ ท่านพ่อเป็นคนรักหน้ายิ่งชีพ ปกติยังไม่ค่อยจะออกจากบ้าน ยิ่งเรื่องอวิ๋นเหมยเอ๋อร์เพิ่งทำให้เขาเสียหน้าไปหมาดๆ เขาจะออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ได้อย่างไร? หากบอกว่าเรื่องนี้เขาไม่รู้เห็นด้วย ท่านเชื่อหรือ? ข้าไม่เชื่อ!”
อวิ๋นโส่วกวงได้ยินดังนั้น ริมฝีปากสั่นเทา สุดท้ายก็ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา อวิ๋นโส่วเย่าเป็นคนเด็ดเดี่ยว เมื่อตัดสินใจแล้ว แม้วัวสิบตัวก็ฉุดรั้งเขาไว้ไม่อยู่
การตัดญาติต่างจากการแยกบ้าน ยุคนี้มีแต่พ่อแม่ตัดขาดลูก ไม่ใช่ลูกตัดขาดพ่อแม่ ยิ่งไปกว่านั้น หากลูกต้องการตัดขาดกับพ่อแม่ อาจต้องชดใช้ด้วยสิ่งที่ยากจะจินตนาการได้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฟางซื่อจึงเอ่ยเตือน “น้องสาม เรื่องตัดญาติเป็นเรื่องใหญ่ เจ้าควรปรึกษากับน้องสะใภ้ เหลียนเอ๋อร์และหลานเอ๋อร์ก่อน”
“ตัดญาติเจ้าค่ะ! ท่านพี่ พวกเราตัดญาติกับพวกเขาเถิด!” เฉาซื่อปาดน้ำตาพลางเอ่ยขึ้น ขณะนั้นนางกำลังเดินออกมาจากห้องของอวิ๋นเจียวเพื่อรินน้ำ เสียงดังโวยวายในลานบ้าน นางได้ยินชัดเจน
เมื่อเห็นว่าสองสามีภรรยาตัดสินใจแล้ว ฟางซื่อจึงไม่เกลี้ยกล่อมอีก นางกล่าวว่า “จัดการเรื่องเหลียนเอ๋อร์ให้เรียบร้อยก่อน รอให้พี่รองของเจ้ากลับมา พวกเจ้าสามพี่น้องก็ไปที่บ้านเก่าพร้อมกัน จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย”
ฟางซื่อพูดมาถึงขน