ห้ข้าเอง โม่ซ่านเป็นคนของสำนักโม่”
อวิ๋นฉี่เยว่: …
แม้ว่าในใจจะไม่สบายใจ แต่บ่าวรับใช้ที่สำนักโม่ฝึกฝนขึ้นมานั้น ล้วนมีชื่อเสียงในด้านความจงรักภักดีและฝีมือดีเยี่ยม หายากยิ่งนัก แม้มีเงินทองมากมายก็ไม่อาจหาได้ง่ายๆ
ชั่วครู่หนึ่ง อวิ๋นฉี่เยว่จึงเอ่ยขึ้นว่า “ไว้ข้าจะหาโอกาสไปคารวะเขาด้วยตัวเอง”
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนั้น อวิ๋นฉี่เยว่ก็อยากจะซื้อสาวใช้ที่เก่งกาจด้านวรยุทธ์มาให้อวิ๋นเจียว แต่สาวใช้แบบนี้หาได้ยากยิ่งนัก เขาไปเมืองหลวงก็เพราะเรื่องนี้ แต่… สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้
ฟางซื่อเอ่ยเสริม “เซ่าชิงยังมอบสารถีให้พวกเราอีกคนหนึ่ง ชื่อโม่จู๋ก็เป็นคนของสำนักโม่เช่นกัน”
อวิ๋นฉี่เยว่ขมวดคิ้ว “ท่านแม่ บุญคุณครั้งนี้มากเกินไปหรือไม่ขอรับ?”
ฟางซื่อกล่าว “บุญคุณนี้ชดใช้ไม่หมดหรอก ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับจวนเจิ้นหย่วนโหวไม่อาจตัดขาดได้อีกแล้ว พวกเรารู้แก่ใจก็พอ มีข้ากับท่านพ่อเจ้าอยู่ พวกเจ้าพี่น้องไม่ต้องไปคิดมากเกี่ยวกับหนี้บุญคุณ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง”
นางจะไม่ยอมให้ลูกๆ ต้องแบกรับหนี้บุญคุณเรื่องเหล่านี้ นางกับอวิ๋นโส่วจงจะค่อยๆ ตอบแทนเอง อย่างไรเสียตอนนี้พวกเขากับฉู่อี้ก็ไม่อาจบอกได้แล้วว่าใครเป็นหนี้บุญคุณใครกันแน่
อวิ๋นหลานเอ๋อร์วิ่ง