นแล้ว”
เจียงต้าไห่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะยื่นขนมสองกล่องในมือให้อวิ๋นโส่วจง “พี่รองพวกท่านเดินทางไกลจากเมืองหลวง พวกข้ายังไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียน ช่วงนี้กิจการค้าขายรุ่งเรืองมาก จึงไม่มีเวลาว่างเลย”
“นี่ก็เพราะโส่วหลี่สอบได้เป็นถงเซิง ครอบครัวของพวกเราจึงได้มีโอกาสกลับมาสักครั้ง คิดจะมาเยี่ยมเยือนท่าน แต่พอเหมาะเจาะที่ท่านไม่อยู่ ของพวกนี้น้อยนัก อย่าได้รังเกียจเลย เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากพวกข้า ให้หลานๆ ได้ลองชิม”
อวิ๋นโส่วจงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าไม่รู้ว่ามีญาติอย่างพวกเจ้า ไล่ออกไป!”
บุตรชายของเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ส่วนบุตรสาวของเขาก็ต้องเหนื่อยมาทั้งคืนเพื่อช่วยชีวิตพี่ชาย ตอนนี้คนที่เป็นต้นเหตุกลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาเช่นนี้ โทสะของเขากำลังมองหาที่ระบายพอดี
“ขอรับ นายท่าน!” พอได้รับคำสั่งจากอวิ๋นโส่วจง ผู้คุ้มกันก็คว้าคอเสื้อของเจียงต้าไห่แล้วเหวี่ยงออกไป เจียงต้าไห่ล้มคะมำไปอย่างไม่เป็นท่าพลางร้องโอดโอย กล่องขนมในมือกระเด็นกระดอน ขนมข้างในกลิ้งกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น
พอเห็นสามีของตนถูกเหวี่ยงออกมาสติสัมปชัญญะอันน้อยนิดที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์พยายามรักษาไว้ก็หายวับไปในทันที “โธ่เอ๊ยพี่รอง ท่านช่างใจดำอำมหิตนัก ทำร้ายน้องเขยตัวเองได้ลงคอ! สวรรค์ ท่านมองลงมาดูสิ จะฆ่าค