ห้นางเข้าไป
“ไอ้หมาเฝ้าประตู!” อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์สบถเสียงต่ำ
อวิ๋นฉี่เสียงได้ยินใบหน้าก็บูดบึ้งขึ้นมาทันที คนที่เฝ้าประตูคือผู้คุ้มกันที่อวิ๋นโส่วจงเชิญมาจากสำนักคุ้มกัน ไม่ใช่บ่าวไพร่ของตระกูลอวิ๋นเสียหน่อย
“ท่านอาพูดอะไร?”
จากนั้นเขาก็รีบหันไปขอโทษผู้คุ้มกัน “ขออภัยท่านลุงอย่าถือสาคำพูดของนางเลย”
ผู้คุ้มกันโบกมือ ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร เพียงแต่พูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา “เจ้าหนู จำเอาไว้ หากหมามันเห่าเจ้า เจ้าจะไม่สนใจมัน หรือจะสั่งสอนมันจนร้องเห่าไม่ได้อีกก็ย่อมได้”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็โกรธจนตัวสั่น นางชี้นิ้วไปที่ผู้คุ้มกันหมายจะด่าทอ เจียงต้าไห่สามีของนางจึงรีบดึงรั้งนางไว้ พร้อมกับเอามือปิดปากนาง “เจวียนเอ๋อร์! เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเรามาที่นี่ทำไม?”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์จึงได้สติ นางจ้องมองผู้คุ้มกันด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะก้าวเท้าหมายจะเข้าไปในบ้าน แต่ผู้คุ้มกันก็ยังคงขวางพวกเขาทั้งสองเอาไว้
“ใครส่งเสียงโวยวายอยู่หน้าบ้าน ไล่ออกไปให้พ้น!” ขณะนั้นอวิ๋นโส่วจงก็เดินออกมาจากในบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึง
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์และสามีรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม “พี่รอง ข้าอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ นี่เจียงต้าไห่สามีของข้า พี่น้องร่วมสายเลือดได้พบหน้ากัน ข้าจำท่านได้ตั้งแต่แรกเห็