ผู้ดูแลจางล้างตาอยู่พักใหญ่ ดวงตาจึงค่อยรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ดวงตาที่ถูกพริกป่นเข้าไปแดงก่ำราวกับกระต่าย เบ้าตาก็แดงช้ำ
เมื่อเขากลับมาถึงหน้าบ้านตระกูลอวิ๋นพร้อมกับเหล่าเจ้าหน้าที่ทางการ ก็ชี้หน้าด่าอวิ๋นเจียวว่า “เป็นเจ้าแน่ๆ เจ้าต้องเป็นคนเอาตราประทับไปซ่อน!”
อวิ๋นเจียวทำท่าทางหวาดกลัว อวิ๋นหลานเอ๋อร์รีบเข้ามาบังนางไว้ อวิ๋นโส่วจงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จับโจรต้องมีหลักฐาน ผู้ดูแลจางจะใส่ร้ายพวกเราด้วยปากเปล่าๆ คงไม่ได้! ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใดผู้ดูแลจางถึงมั่นใจว่าในกล่องใบนั้นต้องเป็นตราประทับ? หรือว่าเจ้าเป็นคนเอาไปฝังเอง?”
สิ้นคำพูดของอวิ๋นโส่วจง ชาวบ้านก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน “ใช่ๆ นี่มันจงใจใส่ร้ายเขาชัดๆ เลยมิใช่หรือ?!”
“นั่นน่ะสิ มิเช่นนั้นเหตุใดเขาถึงยืนยันว่าข้างในเป็นตราประทับเล่า?”
“กล้าใส่ร้ายคนอื่นกลางวันแสกๆ ช่างใจกล้าเสียจริง!”
“นั่นสิ ไม่เจอของ แล้วยังยืนยันว่าเด็กคนนั้นขโมยไป ดูสิ เด็กคนนั้นหวาดกลัวจนตัวสั่นแล้ว”
ขณะนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็ก้าวออกมา เขาประสานมือคำนับหัวหน้าเจ้าหน้าที่แล้วเอ่ยว่า “หัวหน้าเฉิน อวิ๋นโส่วจงพูดถูก จับโจรต้องมีหลักฐาน พวกท่านยังหาตราประทับของท่านนายอำเภอที่พวกท่านกล่าวอ้างไม่เจอ เช่นนั้นก็ไม่สามารถตัดสินว่าครอบครัวอวิ๋นโส่วจงมีความผิ