็นมิตรกับทุกคน ไม่เคยดูถูกคนอื่น เพียงเพราะตัวเองร่ำรวย นางหลิ่วซื่อนั่นคงอิจฉาตาร้อน หรือไม่ก็กำลังวางแผนร้ายๆ คิดจะทำร้ายคนอื่น!”
“นั่นสิ หากพูดถึงเรื่องไม่ดี ใครในหมู่บ้านเราจะทำเรื่องไม่ดีได้มากเท่าพวกเจ้าสองผัวเมียกันเล่า?”
ทุกคนต่างโต้เถียงกัน เจียงซื่อกับคนอีกไม่กี่คนสุดท้ายก็ไม่อาจสู้กับเสียงส่วนใหญ่ได้ โต้เถียงไปสองสามประโยคก็กลายเป็นใบ้ไปในที่สุด
แต่ในเวลานี้ กลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการนำกรงขังนักโทษกับอุปกรณ์ต่างๆ เดินเข้ามาในหมู่บ้าน บรรดาเหล่าสะใภ้ต่างก็วางงานในมือลง มองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก? เหตุใดถึงมีเจ้าหน้าที่มาที่หมู่บ้านอีกแล้ว!?”
“นั่นสิ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะ!”
“ครั้งนี้ยังพาคนมาเยอะกว่าเดิมอีก บ้านไหนไปทำผิดกหมายกัน?”
“ข้าว่า หลิ่วซื่อต้องไปรู้อะไรบางอย่างมา จะต้องเป็นเรื่องของอวิ๋นโส่วจงเป็นแน่ นับตั้งแต่ครอบครัวนั้นมาอยู่ที่หมู่บ้านไหวซู่ เจ้าหน้าที่ทางการก็มาจับคนถึงสองครั้งแล้ว”
“นั่นน่ะสิ ไม่รู้ว่าจะทำให้ฮวงจุ้ยในหมู่บ้านของเราย่ำแย่ลงหรือเปล่า”
“พูดจาเหลวไหลอันใดกัน ไม่รู้อะไรจริงก็พูดพล่ามไปเรื่อย บนใบหน้าเจ้ามีปากไว้พูดหรือไว้ตดกันแน่ ตาบอดหรือไง?”
“เอ้า นี่เจ้าจะด่าข้าทำไม…”
“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ตามไ