์ยังสามารถสอนวิชาความรู้ให้กับศิษย์ได้ หากไม่มีท่านอาจารย์อยู่เคียงข้าง ศิษย์เกรงว่าตนเองจะเกียจคร้านในการทบทวนตำรา”
ท่านอาจารย์หม่ามีหรือจะไม่รู้ว่าคำพูดนี้เป็นเพราะอวิ๋นฉี่เยว่เป็นห่วงเขา เดิมทีเด็กหนุ่มก็เป็นคนที่มีวินัยในตัวเอง จะเกียจคร้านในการทบทวนตำราได้อย่างไร? อวิ๋นฉี่เยว่แค่เป็นห่วงเขา อยากติดตามไปดูแลเขาเท่านั้น เมื่อคิดถึงตรงนี้ ท่านอาจารย์หม่าก็รู้สึกอุ่นใจยิ่งนัก เพียงแต่ ครั้งนี้ที่เขากลับเมืองหลวง…
“บอกตามตรง ที่ข้าต้องกลับเมืองหลวงครั้งนี้ก็เพื่อไปพบหน้าสหายเก่าเป็นครั้งสุดท้าย และถือโอกาสช่วยคนในครอบครัวของเขาสักสองสามคน”
เมื่อเห็นว่าทุกคนทำหน้างงงวย เขาก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร อีกไม่นานข่าวก็คงแพร่สะพัดมาถึงในอำเภอนี้แล้ว ข้าเพิ่งได้รับข่าว ท่านโหลวหงคังเสนาบดีกรมคลังถูกตัดสินประหารชีวิต บุตรชายสายตรงในตระกูลที่มีอายุเกินสิบสามปีทุกคนถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนญาติสตรี บุตรชายที่อายุต่ำกว่าสิบสามปี และญาติสายรองถูกขายเป็นทาส ไม่มีวันหลุดพ้นจากฐานะทาสไปตลอดชีวิต”
“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีอันใด สิงจือไม่ต้องติดตามข้ากลับเมืองหลวงหรอก ตั้งใจทบทวนบทเรียนอยู่ที่บ้าน รอข้ากลับมาแล้วค่อยทดสอบดูว่าความรู้ของเจ้าก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ก็แล้วกัน”
ใบหน้า