าจสนองความต้องการของเขาได้ นี่แหละคือความเคียดแค้นที่เกิดจากการตามใจจนเคยตัว
“หยุดพูดพล่ามได้แล้ว! มีเวลามากนักก็เอาเงินออกมา พรุ่งนี้เจ้าห้าต้องใช้เงิน!”
แล้วเถาซื่อจะทำอย่างไรได้? เนื่องจากคนที่ต้องใช้เงินคืออวิ๋นโส่วหลี่ ไม่ใช่คนอื่น นางจึงได้แต่บ่นพึมพำพลางหยิบเงินออกมา
เทียบกับความวุ่นวายในห้องนอนใหญ่ ห้องของอวิ๋นโส่วจู่เงียบสงบกว่ามาก ทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยเสียงเบา ในห้องไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่ส่องลอดเข้ามาจากนอกหน้าต่าง พอให้มองเห็นสิ่งของในมืออย่างเลือนราง บนเตียงอุ่นมีโต๊ะตัวเล็กๆ วางอยู่ บนโต๊ะมีไหสุราหนึ่งไหและไก่ต้มหนึ่งตัว
หลิ่วซื่อพูดด้วยเสียงเบา “…ท่านพี่ พวกเราปลุกเจ้าหู่หยาจื่อมากินด้วยกันเถิด”
อวิ๋นโส่วจู่เตะขาหลิ่วซื่ออย่างแรง ก่อนจะด่าเสียงเบา “มีอะไรกินแล้วยังปิดปากเจ้าไม่ได้อีก ปลุกหู่หยาจื่อขึ้นมาเดี๋ยวมันก็โวยวาย ท่านพ่อท่านแม่ได้ยินเข้า จะไม่รู้กันหมดหรือว่าพวกเราแอบเก็บของไว้กินกันเอง? เจ้าโส่วหลี่ไอ้หลุมไร้ก้นนั่นมันมาขอเงินอีกแล้ว หากท่านแม่รู้ว่าพวกเรามีเงินซื้อของกิน แต่ไม่มีเงินให้เจ้าห้าใช้จ่าย ข้าคงโดนนางตีตายเป็นแน่!”
กล่าวจบอวิ๋นโส่วจู่ก็ยกสุราขึ้นดื่ม ในมือจับน้องไก่มาแทะจนปากมันเยิ้ม
หลิ่วซื่อยัดเนื้อไก่เต็มปาก พู