่าก็ไปหาผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูล อวิ๋นโส่วจงต้องการจ้างคนงาน จึงต้องแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลทราบเสียก่อน
เรื่องที่อวิ๋นโส่วจงซื้อที่ดิน ผู้ใหญ่บ้านรู้เรื่องอยู่แล้ว ดังนั้นตอนที่อวิ๋นโส่วเย่าไปหา เขาจึงไม่ได้แปลกใจอะไร ส่วนหัวหน้าตระกูลอวิ๋นตกใจจนพูดไม่ออกอยู่นาน ที่แท้ตระกูลอวิ๋นของพวกเขาก็มีเศรษฐีเจ้าของที่ดินแล้วหรือนี่?
น่าเสียดายที่ลูกหลานที่ประสบความสำเร็จเช่นนี้ กลับไม่ได้อยู่ในบันทึกผังตระกูล แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังรู้สึกยินดีอยู่บ้าง อย่างน้อยอวิ๋นโส่วจงก็อยากจะเลือกคนงานที่เขาแนะนำ
ในตระกูล มีคนไม่น้อยที่ขัดสนไม่มีข้าวกินและไม่มีที่ดินทำกิน “…พี่รองของข้าบอกว่าเรื่องอื่นไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือต้องซื่อสัตย์ ขยันทำงาน พวกคดโกง ขี้เกียจ ไม่รับเข้าทำงานเด็ดขาด”
“ส่วนค่าจ้าง มีข้าววันละสองมื้อ เสบียงปีละแปดต้าน [3]!”
ทันทีที่อวิ๋นโส่วเย่าพูดจบ ผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลก็ตกใจอีกครั้ง ข้าววันละสองมื้อ เสบียงปีละแปดต้าน สวัสดิการดีขนาดนี้เชียวหรือ? มากกว่าคนงานของบ้านอื่นๆ ตั้งสองต้าน! แม้แต่พวกเขายังอดใจไม่ไหว ข้าวแปดต้านต่อปี สามารถเลี้ยงดูคนทั้งครอบครัวได้แล้ว!
ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าโส่วจงจะจ้างคนงานกี่คน?”
อวิ๋นโส่วเย่าตอบ “เนื่องจากพี่รองของข้าจะ