ันเห็นแก่ครอบครัวนี้สักนิด เห็นแก่ที่ตาแก่อย่างเจ้าเป็นพ่อของมัน เห็นแก่น้องชายที่ยังมีสายเลือดเดียวกันกับมันบ้างสักนิด มันคงไม่ใจร้ายใจดำเช่นนี้!”
“เจ้าสี่ไปฟ้องมันผิดตรงไหน? ตอนนั้นที่มันจากไป ท่านก็มิใช่ว่าไม่รู้ หากไม่ใช่ขายตัว ใครจะให้เงินทองให้อาหารมากมายขนาดนั้น? มันเป็นทาสที่หลบหนีมาหรือไม่ ก็แค่พูดให้ชัดเจนก็เท่านั้น เหตุใดต้องจับเจ้าสี่เข้าคุกด้วย?”
“เจ้าสี่ก็กลัวว่ามันจะทำให้พวกเราเดือดร้อน จึงไปฟ้องมัน หากมันเป็นทาสที่หลบหนีมา พวกเราทุกคนคงต้องซวยไปด้วย อย่าว่าแต่พวกเราที่เป็นชาวนาเลย แต่เจ้าห้าเล่า? เขายังต้องสอบเป็นบัณฑิตซิ่วไฉ สอบจวี่เหริน สอบจิ้นซื่อ [1] หากมันไปขัดขวางเจ้าห้า มันก็เป็นคนบาปของตระกูลอวิ๋น!”
“ฮึ! เจ้ายังคิดว่ามันเป็นลูกชาย แต่ในสายตามัน ไม่เคยเห็นเจ้าเป็นพ่อ!” เถาซื่อด่าไม่หยุด จนผู้เฒ่าอวิ๋นพูดไม่ออก
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกว่าเถาซื่อกับอวิ๋นโส่วจู่ทำเกินไป แต่เจ้ารองเล่า? ก็เป็นอย่างที่เถาซื่อพูดจริงๆ ไม่ได้ใส่ใจพวกเขาเลยสักนิด หัวใจของมันเย็นชา นอกจากเจ้าใหญ่แล้ว มันก็ไม่เคยใส่ใจคนอื่นๆ ในตระกูลอวิ๋นเลย
ช่างเถอะ ลูกชายคนนี้ เขาสั่งสอนไม่ได้แล้ว ก็ถือว่าไม่เคยเลี้ยงดูมันมาก่อนก็แล้วกัน ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่พูดอะไร อวิ๋นโส่วจู่ก็รู้ว่าตนเอ