ัวนั้นจะพุ่งเข้ามากัดเจ้าหรือ? ดูสิ ภรรยาของเจ้ายังกระโดดโลดเต้นได้ แสดงว่าไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไร”
จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็หันไปมองผู้เฒ่าอวิ๋น ตำหนิอย่างไม่เกรงใจ “ตอนเช้านี้เจ้าสี่บ้านเจ้าพาคนมาจับตัวครอบครัวของเจ้ารอง แต่จับไม่สำเร็จ คราวนี้เจ้ายังไม่ยอมจบง่ายๆ อีกหรือ?”
“ตอนกลางวันบีบครอบครัวของโส่วจงให้หมดทางรอดไม่สำเร็จ กลางคืนเลยมาซ้ำเติมอีกหรือ? ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ครอบครัวของโส่วจงไปขัดหูขัดตาตระกูลอวิ๋นของเจ้าตรงไหนกัน?”
“อวิ๋นชาง ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้เลย อวิ๋นโส่วจงเป็นครอบครัวเดี่ยว ในหมู่บ้านไหวซู่ หาได้เกี่ยวข้องกับตระกูลอวิ๋นของพวกเจ้าแม้แต่น้อย พวกเจ้ากดขี่ข่มเหงชาวบ้านเช่นนี้ ผู้ใหญ่บ้านอย่างข้ามิใช่คนตาบอด ข้าเห็นทุกอย่าง!”
คนตระกูลอวิ๋นคิดไม่ถึงว่าผู้ใหญ่บ้านจะพูดรุนแรงเช่นนี้ เมื่อเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเข้าข้างบ้านน้องรอง คนบ้านใหญ่ก็โล่งใจ อวิ๋นฉี่ชิ่งรีบไปพยุงอวิ๋นโส่วกวงให้ลุกขึ้น
เจียวเอ๋อร์พูดถูก การไปขอร้องคนที่ไม่เห็นหัวเรา ต่อให้โขกหัวจนหัวแตก เขาก็ไม่สนใจหรอก แถมยังจะดูถูกเรามากกว่าเดิม และกดขี่ข่มเหงเรามากขึ้น!
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกว่าชื่อเสียงของตนเองที่สะสมมาชั่วชีวิตได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น ไม่เพียงแต่เสียหน้าเท่านั้น ผู้ใหญ่บ้านยังเหยียบย่ำซ้ำเ