งสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนในหมู่บ้าน บ้างก็อายจนเอามือปิดตา บ้างก็หัวเราะเยาะ
ถึงกับมีบางคนที่ใจกล้าบ้าบิ่นก็ตะโกนแซวว่า “หลิ่วซื่อ หากเจ้าคันมาก ก็มาให้พวกเราเกาให้สิ คนเดียวไม่พอ เรามาสองคน สองคนไม่พอ พวกเรามากันทั้งกลุ่ม ฮ่าๆๆ…”
ผู้อาวุโสตระกูลอวิ๋นต่างส่ายหัว อวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อทำให้วงศ์ตระกูลอวิ๋นต้องอับอายขายขี้หน้าคนโดยแท้!
‘เพียะ…’ ‘เพียะ…’ เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนกับเจ้าหน้าที่ร่างผอมตบหน้าอวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อคนละฉาด จนทั้งสองคนมึนงง
“บัดซบ! พวกเขามีทะเบียนบ้าน ไม่ใช่ทาสหลบหนีเสียหน่อย!”
เจ้าหน้าที่ร่างผอมพูดต่อจากเจ้าหน้าที่ร่างอ้วน “ไม่เพียงแต่จะไม่ใช่ทาสหลบหนี พวกเขายังไม่มีประวัติเป็นทาสด้วย!”
“เจ้ากับอวิ๋นโส่วจงเป็นพี่น้องกันมิใช่หรือ? ห๊ะ? พวกเจ้าสองคนกำลังเล่นตลกกับพวกข้าอยู่หรือไง? ใส่ร้ายป้ายสี แถมยังขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ต้องลงโทษหนักขึ้นเป็นสองเท่า!”
“ไปกันเถอะ คร้านจะพูดกับพวกมันให้มากความแล้ว พากลับไปที่ศาลาว่าการอำเภอก่อนแล้วค่อยว่ากัน” เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนมัดทั้งสองคนอย่างแน่นหนา
ตอนนี้ทั้งสองคนทั้งคัน และถูกมัดจนขยับไม่ได้ ทรมานจนแทบขาดใจ ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของเจ้าหน้าที่ร่างอ้วนราวกับน้ำเย็นที่สาดลงมาบนตัวพวกเขาจนเย็นยะเยือกตั้งแต่หัวจรดเท้า
อวิ๋นโส่ว