สามีไม่อยู่บ้าน อากุ้ยไปส่งฉี่เยว่ ในบ้านจึงเหลือเพียงฟางซื่อ ชุนเหมย และอวิ๋นฉี่ซานที่อายุสิบเอ็ดปี แต่ในเวลานี้กลับมีเจ้าหน้าที่ทางการนำเชือกจับกุมคนมุ่งหน้ามาหาพวกนางที่บ้าน ฟางซื่อรีบดึงอวิ๋นเจียวมาหลบด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ส่วนชุนเหมยก็ยืนอยู่ข้างๆ อวิ๋นเจียว จ้องมองผู้มาเยือนด้วยท่าทางระแวดระวัง
ชาวบ้านที่มามุงดู อวิ๋นเจียวไม่รู้จักสักคน เพราะพวกเขาย้ายมาที่หมู่บ้านไหวซู่ได้ไม่กี่วัน นอกจากคนตระกูลอวิ๋น ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าตระกูล ผู้เฒ่าเฉียว และบุตรชายคนที่สามของผู้ใหญ่บ้านแล้ว อวิ๋นเจียวและคนอื่นๆ ไม่ได้ติดต่อกับใครในหมู่บ้านเลย
ทุกคนต่างพากันซุบซิบนินทา ชี้ไม้ชี้มือมาที่พวกนาง แม้ในใจจะเกิดคลื่นลมปั่นป่วน แต่ฟางซื่อก็ยังคงเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ทางการด้วยท่าทางสงบนิ่ง “ขอถามท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสอง ไม่ทราบว่ามาที่นี่มีเรื่องอันใดหรือ?”
เจ้าหน้าที่ทางการสองคน คนหนึ่งอายุประมาณสามสิบกว่าปี อีกคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปี คนหนึ่งอ้วนคนหนึ่งผอม เพียงแค่ดูใบหน้าก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี เจ้าหน้าที่ทางการร่างอ้วนมองลงมาด้วยแววตาดูถูก “หึ! มีเรื่องอันใดหรือ มีคนแจ้งความว่าพวกเจ้าเป็นทาสหลบหนี พวกข้าจึงมาจับกุมพวกเจ้าไงล่ะ!”
‘ตูม…’ คำพูดของเจ้าหน้าที่ร่างอ้วนราวกับระเบิดที่ตกลงในน้ำ เกิดเสียงดังสนั่นหวั่น