ไหวและคลื่นน้ำที่ซัดกระจายออกไปทุกทิศทาง สีหน้าของฟางซื่อเปลี่ยนไปอย่างมาก ส่วนอวิ๋นเจียวกับอวิ๋นฉี่ซานก็โกรธจนตัวสั่น ฟางซื่อพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสอง การจับกุมคนต้องมีหลักฐานมิใช่หรือ? เวลากลางวันแสกๆ เช่นนี้ ท่านเจ้าหน้าที่เพียงแค่ฟังคำพูดลอยๆ ก็มาจับกุมคนถึงบ้าน ท่านนายอำเภอรู้เรื่องหรือไม่?”
เจ้าหน้าที่ทางการร่างผอมพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก “เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มิจำเป็นต้องรบกวนท่านนายอำเภอหรอก พาพวกเจ้ากลับไปตรวจสอบทะเบียนทาส หลังตัดสินความผิดแล้ว จากนั้นท่านปลัดอำเภอจะเป็นผู้เขียนคำพิพากษาเอง”
“ที่แท้พวกเขาเป็นทาสหลบหนีหรือ? แล้วยังขโมยเงินของเจ้านาย กลับบ้านเกิดมาซื้อที่ดินอีก?”
“ได้ยินมาว่าครอบครัวพวกเขากลับมาจากเมืองหลวง ที่นั่นน่ะดีกว่าหุบเขาทุรกันดารเช่นนี้ตั้งเยอะ มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่จะกลับมาที่หมู่บ้านไหวซู่!”
“งั้นก็ต้องมีเหตุผลสิ เจ้าไม่ได้ยินที่ท่านเจ้าหน้าที่พูดหรือ? พวกเขาเป็นทาสหลบหนี ในเมื่อเป็นทาสหลบหนีก็ต้องหนีให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ว่ากันว่าอวิ๋นโส่วจงออกจากหมู่บ้านไหวซู่ตอนอายุสิบสาม ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เกิดภัยอดอยาก ตอนที่อวิ๋นโส่วจงจากไป ไม่รู้ว่าไปหาข้าวปลาอาหารมาจากที่ใด ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว คงได้มาจากการขายตัวเองเป็นทาส”
“หน้าไม่