อร์ก็ดูไม่สบายใจนัก อวิ๋นเจียวเห็นความหวาดกลัวและหวาดหวั่นในแววตาของนาง
อวิ๋นโส่วจงวางอวิ๋นเจียวลง แล้วเอ่ยบอกอวิ๋นหลานเอ๋อร์ว่า “เจ้าไม่ต้องเข้าไปหรอก พวกเจ้าเด็กๆ เล่นกันในลานบ้านก็แล้วกัน”
กล่าวจบอวิ๋นโส่วจงก็พาฟางซื่อเข้าไปในห้องของผู้เฒ่าอวิ๋น ส่วนอวิ๋นหลานเอ๋อร์ก็ชวนพี่น้องอวิ๋นเจียวไปนั่งเล่นที่ห้องของพวกนางเพื่อแสดงความเป็นมิตร ก่อนที่อวิ๋นเจียวจะทันปฏิเสธ อวิ๋นฉี่เยว่ก็เอ่ยขึ้นว่า “พวกข้าอยู่เล่นในลานบ้านสักพักก็แล้วกัน” กล่าวจบ อวิ๋นฉี่ซานก็ย่องไปที่ข้างหน้าต่างห้องโถงอย่างเงียบๆ แล้วแอบฟังอย่างชำนาญ
ส่วนอวิ๋นฉี่เยว่ก็จูงมือเล็กๆ ของอวิ๋นเจียวเดินตามไปอย่างสงบนิ่ง อันที่จริงอวิ๋นฉี่เยว่ไม่อยากให้อวิ๋นเจียวฟังเรื่องไร้สาระพวกนั้น แต่เมื่อเห็นว่านางสนใจ ประกอบกับเขาไม่อยากพาน้องสาวที่ตนเองรักและเอ็นดูไปที่ห้องของอวิ๋นหลานเอ๋อร์ เขากลัวว่ากลิ่นในห้องนั้นจะทำให้อวิ๋นเจียวรู้สึกเหม็น
อวิ๋นหลานเอ๋อร์เป็นคนไม่คิดมาก นางไม่ได้คิดอะไร พอเห็นพี่น้องทั้งสามคนชอบแอบฟังข้างกำแพง ก็รู้สึกสนิทสนมกับพวกเขามากขึ้น ตอนนี้เด็กๆ ทั้งสี่คนต่างนั่งยองๆ เรียงกันอยู่ที่ริมหน้าต่าง
ทันทีที่อวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อเดินเข้าไปในห้อง เสียงร้องคร่ำครวญของเถาซื่อก็เงียบลงทันที สองสามีภรรยาสังเกตครอ