ให้คนผู้นั้นที่เมืองหลวงด้วยตัวเอง”
“ขอรับซื่อจื่อ! เช่นนั้นพวกเราต้องส่งองครักษ์ลับมาที่นี่สักหน่อยหรือไม่?” จางหลิงกังวลว่าหลังจากเขาจากไป ความปลอดภัยของฉู่อี้อาจไม่มีหลักประกัน ตอนนี้ข้างกายซื่อจื่อเหลือเพียงหลิวจ้านกับอวิ๋นเหนียง เขาไม่ค่อยวางใจ คนพวกนั้นคิดจะเอาชีวิตซื่อจื่อ ตอนนี้ซื่อจื่อหายตัวไปจากสายตาพวกเขา ทั้งเป็นหรือตายก็ไม่มีใครรู้ พวกเขาคงไม่ยอม ปล่อยมือไปง่ายๆ แน่
“หากมีคนต้องการชีวิตของเจ้า ต่อให้มีองครักษ์มากมายก็ไร้ประโยชน์ อีกอย่างคนผู้นั้นที่เมืองหลวง เมื่อได้รับของสิ่งนี้แล้ว ก็คงไม่ยอมให้ข้าเป็นอะไรไปหรอก” เดิมทีตอนที่ฉู่อี้เดินทางมาพักฟื้นที่จวนรับรองที่ห่างไกลจากเมืองหลวงแห่งนี้ เขาก็พาองครักษ์ติดตามมามากกว่าสิบคน แต่น่าเสียดายที่พวกเขาทั้งหมดต้องสละชีพเพื่อปกป้องฉู่อี้
จางหลิงรับคำสั่ง จากนั้นก็ออกไปเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวง ในห้องเหลือเพียงฉู่อี้ ภาพใบหน้าบึ้งตึงของอวิ๋นเจียวก็ผุดขึ้นในความคิดของเขา มุมปากก็อดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เผยให้เห็นรอยยิ้มงดงามที่แต่งแต้มบนใบหน้า ที่แท้ครอบครัวนี้ ก็มีความเกี่ยวข้องกับเขาตั้งนานแล้ว ก่อนหน้านี้เป็นบทประพันธ์ของท่านอาจารย์หลานหลิง ที่ช่วยให้เขากอบโกยกำไรมหาศาล
ต่อมาก็ช่วยชีวิตเขา แล้วตอนนี้ล่ะ? การปรากฏของเครื่องประทินผิ