งพวกเขาขึ้นชื่อว่าเย็นชา เคยมีครั้งไหนด้วยหรือที่สนใจไยดีเรื่องของผู้อื่นเช่นนี้?
ในเมื่อซื่อจื่อมีคำสั่งเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถออกไปตามเส้นทางเดิมที่วางแผนไว้ได้ ทำได้เพียงปีนเขาออกไป แต่หากเป็นเช่นนั้น บาดแผลบนร่างของซื่อจื่อ…
องครักษ์ทั้งสองคนใจคอไม่ค่อยดีนัก แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าแสดงความเห็นใดๆ พวกเขาคุ้มกันฉู่อี้ออกจากบ้านของอวิ๋นโส่วจงอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าขึ้นเขาไป ฉู่อี้หันกลับมามองบ้านหลังเล็กที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา ดวงตาพลันนึกถึงท่าทางที่โกรธเคืองของอวิ๋นเจียวขึ้นมา รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากจากหายไป กลายเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนแทน
การเดินทางจากหมู่บ้านไหวซู่ไปยังตัวอำเภอด้วยรถลากวัวใช้เวลาถึงสองชั่วยาม!
พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่ยามเหม่า [2] กว่าจะมาถึงเมืองก็ปาเข้าไปยามซื่อ [3]
อวิ๋นเจียวรู้สึกเหมือนหัวใจจะถูกเขย่าจนแทบหลุดออกมา แม้ว่าการนั่งรถม้าจะสะเทือนอยู่บ้าง แต่เบาะในรถม้านั้นหนานุ่ม ส่วนรถลากวัวคันนี้ พูดตรงๆ ก็คือรถที่มีที่นั่งไม้กระดานแข็งๆ ที่ไม่มีแม้แต่หลังคา
“ไว้พวกเราไปซื้อรถม้าอีกคันก็แล้วกัน” อวิ๋นโส่วจงมองลูกสาวที่ทรมานจากการเดินทางด้วยความสงสาร
การซื้อรถม้าหนึ่งคันต้องใช้เงินสามสิบกว่าตำลึงเงิน เทียบเท่ากับราคาที่ดินชั้นดีสองหมู่ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเ